ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ Arrivals ] #4

เครื่องบินลอยตัวอยู่ในน่านฟ้าเหนือมหาสมุทรขนาดใหญ่
นำไปสู่อนาคตสามชั่วโมงนับจากตำแหน่งที่เราจากมา 

ถึงแม้ตัวเครื่องจะมุ่งตรงไปยังหนทางข้างหน้า แต่จิตใจของพวกเราทั้งหกคงยังคงอยู่ที่เดิม ณ ประเทศเยอรมนี  สาวๆยังคงซึมอยู่ ในขณะที่เด็กหนุ่มสองคนนั่งเงียบๆ (นึกถึงการกลับไปแล้วเจองานโรงเรียน เจอบ้านเมืองไร้ระเบียบวินัย เจอสภาพอากาศอันไม่น่าภิรมย์แล้วคงจะดีใจที่จะได้กลับบ้านอยู่หรอก! ) 

อาหารมื้อแรกบนเครื่องบินได้ถูกจัดการเรียบร้อยภายในเวลารวดเร็ว ถึงจะไม่มีอารมณ์ทำอะไร แต่เรื่องกินก็สำคัญ ..


เนื้อนุ่มๆอบราดซอส พร้อมบล๊อคโคลี่ แครอทและมันฝรั่งต้ม
(แน่นอนว่าเป็นเมนูที่กี้สั่ง)


"ป่านนี้พวกนั้นจะทำอะไรอยู่วะ"
"ก็คงกลับบ้านไปนอนร้องไห้คิดถึงพวกเราอยู่แหละมั้ง" นนท์พูดเล่น แต่ประโยคนั้นกลับทำให้พิมพ์ยิ่งซึมมากขึ้น กี้ถอนหายใจพร้อมกับดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ที่นั่นก็ประมาณบ่ายสองโมงแล้ว
ลาวี่จะร้องไห้เหมือนที่นนท์บอกไหม เหล่าแม่ๆของพวกโฮสจะปรีบตัวได้รึยังว่าเย็นวันนี้ไม่มีเด็กไทยนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นด้วยกันแล้ว ทุกคนกำลังทำอะไรอยู่นะ ?

เพิ่งจากกันไม่นานก็คิดถึงจะแย่ ....

น่าแปลกที่เที่ยวบินของ Qatar Airways ครั้งนี้ เบาะก็ไม่ได้ต่างอะไรจากลำแรกที่พวกเราโดยสารมา แต่ไม่มีใครหลับลงเลย พวกเราต่างบ่นคิดถึงเด็กเยอรมันและมิวนิกไม่หยุด

ณ ท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติ โดฮา ประเทศกาตาร์
เวลา 19.00 น. (เวลาท้องถิ่น)

เครื่องบินวนเหนือสนามบินสักพัก ทำให้เราเห็นทัศนีย์ภาพยามเย็นของเมืองโดฮาผ่านกระจก
แสงไฟสีส้มจากรถ ถนน บ้านเรือนเต็มไปหมด แต่ก็ดูไม่วุ่นวายเท่ากรุงเทพ
และเมื่อเครื่องบินแล่นจอดลงบนพื้นรันเวย์ ภาพเหตุการณ์ในความทรงจำครั้งก่อนก็เหมือนจะแล่นเข้ามาในหัวของพวกเราอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นลมอุ่นๆปะทะเข้าที่หน้า ในระหว่างที่เข้าคิวต่อแถวรอรสบัสของสนามบินมารับ การผ่านเครื่องสแกน และการตามหาห้องน้ำ ทุกอย่างเหมือนเราเพิ่งผ่านมันไปเมื่อวานนี้เอง ทั้งๆที่มันก็ผ่านมาแล้วเกือบเดือน...

พวกเรารู้สึกขอบคุณที่วันนี้ไม่ได้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะเหตุนั้นสนามบินตอนนี้คนไม่เยอะเท่ากับตอนที่เรามาครั้งแรก และแน่นอนว่ามีเก้าอี้ว่างเหลือเฟือให้เรานั่งกันตามอัธยาศัย ที่สำคัญเราสามารถเชื่อมต่อสัญญาณWifi ของที่นี่เข้ากับโทรศัพท์มือถือของตนเองได้เเล้ว

เรารีบเปิดเฟซบุค ไลน์ และว้อทส์แอปป์ทันที
หลังจากที่รายงานพ่อแม่และพวกโฮสว่าตอนนี้เราอยู่โดฮาเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนก็สุมหัวกันเพื่อคุยสไกป์กับเซบาสเตียน (เนื่องจากเซบาสเตียนเป็นคนเดียวที่สมัครสไกป์แล้วก่อนหน้าวันที่พวกเรากลับ) เมื่อคุยกับเซบาสเตียนได้สักพักก็บอกลากันเพราะเซบาสเตียนต้องไปกินข้าว

กล่องสนทนาในช่องแชทบนเฟซบุ๊คของแต่ละคนมีคำอวยพรจากเด็กเยอรมันเพียบ พวกเราใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์โดยการนั่งตอบข้อความพวกนั้น  ซึ่งส่วนมากเราก็ใช้ข้อความซ้ำๆเดิมๆตอบไปนั่นแหละ

"Danke! Jetzt sind wir schon in Doha. Wir vermissen euch, wirklich!"  ขอบใจนะ ตอนนี้พวกเราอยู่โดฮาแล้วหล่ะ เราคิดถึงพวกเธอจริงๆนะ 

แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ขึ้นเครื่องอีกครั้ง
ในตอนแรก ไฟลท์ขาไปเยอรมัน กี้เล่นมุก 'ใครไม่ฮา โดฮา' ห้าคนที่เหลือก็ขำกัน
แต่ไฟลท์ขากลับไม่มีใครฮาออกเลย . . . แม้แต่คนคิดมุกยังไม่ฮา


ณ ท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติ สุวรรณภูมิ
เวลา 7.00 น.

กี้ตื่นมาจากห้วงนิทราแล้วมองออกไปยังท้องฟ้า
เสียงกัปตันแจ้งให้ทราบด้วยภาษาอังกฤษปนสำเนียงอาหรับที่ฟังแทบไม่รู้เรื่องว่าตอนนี้พวกเราอยู่เหนือน่านฟ้าประเทศไทยแล้ว

"Excuse me, what would you like to drink?" สจ๊วตหน้าคมคนนึงซึ่งกำลังเข็นรถเข็นบริการเครื่องดื่มทักเมื่อเห็นว่าเด็กไทยหน้าหมวยคนนี้ตื่นพอดี
"A glass of WASSER, BITTE."
"pradon?"
"ehh sorry. I mean I would like a glass of water, please."

ในหัวตอนนั้นเต็มไปด้วยคำศัพท์ภาษาเยอรมันหลังจากที่พูดและอยู่รอดเพราะมันมาเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ จึงเป็นอีกครั้งที่กี้พูดอังกฤษและเยอรมันผสมๆกันไป

กรุงเทพตอนนั้นมีเมฆหมอกปกคลุมแต่ก็ไม่มาก แสงอาทิตย์อ่อนๆกระทบบนผิวกระจกแล้วสาดส่องเข้ามาในตัวเครื่อง มองลงบนไปเห็นวิถีชีวิตคนเมืองกรุงที่เเสนวุ่นวายอยู่บนถนนใหญ่ วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี จึงไม่แปลกที่รถจะเยอะเนื่องจากนักเรียนก็ต้องไปเรียน คนในวัยทำงานก็ต้องแหกขี้ตาตื่นไปทำงานกันแต่เช้า

นี่สินะโลกแห่งความเป็นจริง....
ตีตั๋วกลับมิวนิกได้ไหมเนี่ย

เวลา 7.10 น.

เครื่องบินพาเรามาถึงพื้นรันเวย์อย่างปลอดภัย
"ที่นี่ที่ไหนวะ !!" นนท์โอดครวญ
"ที่มันที่ไหนนนนนน" จินนี่สูดน้ำมูกเฮือกใหญ่
"ท่านกำลังเข้าสู่สุวรรณภูมิ เมืองทายยยยยยยยยยยย" พิมพ์ซึ่งคาดว่าน่าจะทำใจได้แล้วหันมาร้องเพลงด้วยทำนอง 'ขอใจเธอแลกเบอร์โทร' ให้เพื่อนๆฟัง

หลังจากนั้นไม่นานพวกเราที่สะพายกระเป๋าเป้พร้อมหิ้วถุงของฝากกันพะรุงกะรังก็มาอยู่ตรงห้องรับรองผู้โดยสารของสายการบิน Bangkok Airways เพื่อกลับเชียงใหม่ ตอนนั้นหิวมาก พวกเราจึงกินขนมไม่หยุด

เวลา 10.20 น.

ตอนนี้เราอยู่บนเครื่องบินอีกครั้ง แล้วแต่ละคนก็กำลังเผชิญอาการปวดหัวกัน

เวลา 11.20 น.

สวัสดีเชียงใหม่
รู้สึกเสียใจจังที่ได้กลับบ้าน เหอะๆ



เห็นเรายิ้มกันแบบเงียบๆแต่ความเศร้าใจที่มีก็เพียบนะคะ 






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

[How to] เขียนอีเมลสมัครงานอย่างไร ให้น่าอ่าน

     ช่วงนี้เห็นคนในวงการ HR โดยเฉพาะบนทวิตเตอร์ ออกมาบ่นบ่อย ๆ ว่าเจอแต่เด็กจบใหม่ที่เขียนอีเมลสมัครงานไม่น่าอ่าน แค่หัวอีเมลที่ส่งมาก็พังแล้ว เลยเขี่ยทิ้งซะ      ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์ฝึกงานในบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ Recruitment  (เป็น Content Editor) เราว่าปัญหาก็คือทักษะการสื่อสารที่คนอาจมองข้ามไป แต่เชื่อไหมว่า HR หลายแห่งเลือกที่จะตัดคุณทิ้ง เพราะอีเมลที่ส่งไปมันไม่ทำให้เขารู้สึกประทับใจ แม้คุณจะมีความสามารถมากขนาดไหนก็ตาม ดังนั้นการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ นะ ถึงมันจะไม่ได้เป็นตัววัดความเก่งในสายงานที่ทำ แต่การสื่อสารที่ดีสามารถบอกความมีมารยาทและ attitude ของผู้สมัครงานได้ !     แล้วอีเมลที่น่าอ่านควรเป็นอย่างไร ? ในบทความนี้ เราจะแบ่งปันเทคนิคการเขียนอีเมลที่ดีโดยเฉพาะอีเมลสมัครฝึกงาน ซึ่งทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของเราโดยตรง อาจจะไม่เป๊ะ 100 % แต่บริษัทตอบกลับมา 100% ค่ะ - ชื่อแอคเคาท์           หลีกเลี่ยงการใช้อีเมลที่เคยสมัครมาเล่น msn สมัยประถม มาสมัครงาน ชื่อแอคเคาท์ที่ดีและดูเป็นมืออาชีพที่สุดค...

[Review] มหากาพย์สอบทุน IAESTE

โย่วๆ มีเรื่องให้กลับมาเขียนบล็อกอีกแล้ว ดีจังเลย .///////////. หลังจากชีวิตตกอยู่ในมรสุมความเครียดมายาวนาน เมนส์ก็มา ๆ หาย ๆ จนแพนิคประสาทกินแทบบ้า วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ที่เรารอคอยก็มาถึงจนได้ มันคือวันประกาศผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนฝึกงานต่างประเทศของหน่วยงาน IAESTE นั่นเอง ! บนหน้าเว็บไซต์แจ้งว่าจะประกาศเวลา 18.00 น. แต่เรานี่กระวนกระวายสุด ๆ เลยตัดสินใจกดลิงก์รายชื่อตอนสี่โมงกว่า ๆ ค่ะ ปรากฎว่ากดได้ด้วย เอาวะ....ยังไงก็ต้องรู้ผลภายในวันนี้อยู่ดี *~ให้คุกกี้ทำนายกัน~* ติดค่ะ ! เห็นชื่อตัวเองอยู่บนประกาศ แล้วเป็น 1 ใน 14 คนของสาขาวิศวคอม เกือบกรี๊ดกลางห้องน้ำเซ็นทรัลลาดพร้าวด้วยแหละ โอย พอเห็นว่าติดก็โทรไปบอกพ่อแม่ แม่ตื่นเต้นกว่าเราอีก 5555555555555 เกริ่นมานานละ เดี๋ยวจะท้าวความกันก่อนว่าทุน IAESTE นี้มันคือทุนอะไร มีเงื่อนไขไหม แล้วที่ผ่านมาเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง IAESTE คือ ? IAESTE ย่อมาจาก International Association for the Exchange of Students for Technical Experience เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นครั้งแรกที่ Imperial College กรุงลอนดอน ซ...

[How to] เจาะลึกวิธีขอวีซ่าเชงเก้นเยอรมัน ver.นักศึกษาฝึกงาน

Herzlich Willkommen !! เริ่มต้นด้วยภาษาเยอรมันตัวโตขนาดนี้ บทความนี้ก็ต้องเกี่ยวกับเยอรมันอย่างแน่นอน ~ ช่วงนี้ชีวิตอยู่ในจุดมรสุมอีกแล้ว เนื่องจากการบ้านและสอบเยอะมาก แถมต้องจัดการเอกสารเรื่องวีซ่าอีก บทความนี้จะเจาะลึกลงรายละเอียดขั้นตอนในการยื่นวีซ่าเชงเก้นประเทศเยอรมนี ฉบับนักศึกษาฝึกงาน เนื่องจากที่เห็นตามพันทิปก็มีแต่รีวิวขอเพื่อไปเที่ยว / แต่งงาน /  เรียนต่อระยะยาว เราเลยคิดว่าไหน ๆ ไปขอมาแล้วก็เขียนบทความนี้เลยดีกว่า จะได้เป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องรุ่นต่อไปหรือนักศึกษามออื่นที่จะไปฝึกงาน [บทนำ] จากบทความที่แล้วที่ลงรีวิวทุนฝึกงานไอเอสเต้ไว้ สุดท้ายเราขอทำเรื่องสละสิทธิ์ไป และทางไอเอสเต้เองก็ได้เรียกตัวสำรองขึ้นมารับสิทธิ์แทน เหตุผลที่ขอสละสิทธิ์ก็คือ เราได้ไปฝึกงานที่มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี และจะได้ทุนจากทางภาควิชาด้วย เราจึงตัดสินใจเลือกทางนี้ค่ะ (หลังจากที่คิดหนักมาหลายคืน) ส่วนอีกเหตุผลที่เลือกฝึกงานประเทศนี้เป็นเพราะเราเคยตั้งใจไว้สมัยตอนปี 1 ว่าเราจะต้องกลับไปเยอรมนีอีกครั้งให้ได้ ไม่ทางใดก็ทางนึง แล้วสุดท้ายก็ได้ไปจริง ๆ 5555555555555555 //กร...