Herzlich Willkommen !!
เริ่มต้นด้วยภาษาเยอรมันตัวโตขนาดนี้ บทความนี้ก็ต้องเกี่ยวกับเยอรมันอย่างแน่นอน ~
ช่วงนี้ชีวิตอยู่ในจุดมรสุมอีกแล้ว เนื่องจากการบ้านและสอบเยอะมาก แถมต้องจัดการเอกสารเรื่องวีซ่าอีก บทความนี้จะเจาะลึกลงรายละเอียดขั้นตอนในการยื่นวีซ่าเชงเก้นประเทศเยอรมนี ฉบับนักศึกษาฝึกงาน เนื่องจากที่เห็นตามพันทิปก็มีแต่รีวิวขอเพื่อไปเที่ยว / แต่งงาน / เรียนต่อระยะยาว เราเลยคิดว่าไหน ๆ ไปขอมาแล้วก็เขียนบทความนี้เลยดีกว่า จะได้เป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องรุ่นต่อไปหรือนักศึกษามออื่นที่จะไปฝึกงาน
[บทนำ]
จากบทความที่แล้วที่ลงรีวิวทุนฝึกงานไอเอสเต้ไว้ สุดท้ายเราขอทำเรื่องสละสิทธิ์ไป และทางไอเอสเต้เองก็ได้เรียกตัวสำรองขึ้นมารับสิทธิ์แทน
เหตุผลที่ขอสละสิทธิ์ก็คือ เราได้ไปฝึกงานที่มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี และจะได้ทุนจากทางภาควิชาด้วย เราจึงตัดสินใจเลือกทางนี้ค่ะ (หลังจากที่คิดหนักมาหลายคืน) ส่วนอีกเหตุผลที่เลือกฝึกงานประเทศนี้เป็นเพราะเราเคยตั้งใจไว้สมัยตอนปี 1 ว่าเราจะต้องกลับไปเยอรมนีอีกครั้งให้ได้ ไม่ทางใดก็ทางนึง
แล้วสุดท้ายก็ได้ไปจริง ๆ 5555555555555555 //กราบอาจารย์ที่ส่งหนูกับเพื่อนอีกสามคนไป TvT
มา เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ
ข้อปฎิบัติในการขอวีซ่าเชงเก้น
- เตรียมเอกสารให้ครบ
- กรอกฟอร์มให้ถูกต้อง และลงลายเซ็นทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนนำมายื่นหน้าเคาท์เตอร์
เอกสารที่เราเตรียมไปยื่น ณ สถานทูต
จัดเรียงเอกสารตามนี้ // ** = ใช้ลายเซ็น
- พาสปอร์ต ทั้งเล่มเก่าและเล่มใหม่
- เอกสารตอบกลับอีเมลการจองคิวบนเว็บของสถานทูตเยอรมนี
- รูปถ่ายไบโอเมตริก 2 ใบ (บอกร้านถ่ายรูปว่า ถ่ายไปทำวีซ่าเชงเก้น) ใบนึงติดฟอร์ม Videx อีกใบเขียนชื่อ นามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยเลขพาสปอร์ต
- สำเนาหน้าพาสปอร์ตเล่มใหม่
- ฟอร์ม VIDEX (ปริ้นท์จากหน้าเว็บสถานทูต) ช่อง purpose เราติ้ก Study และกรอกเพิ่มไปว่า Research Stay **
- ฟอร์มใบลงนามรับทราบข้อกฎหมายของเยอรมนี (ปริ้นท์จากหน้าเว็บสถานทูต) **
- Invitation Letter จากทางมหาวิทยาลัยที่เราจะไปฝึกงาน ในตัวจดหมายต้องครอบคลุมว่าเราจะไปอยู่กี่วัน ไปทำอะไร พักที่ไหน และใครเป็นผู้เชิญ (เนื่องจากตอนเราไปยื่น ฝั่งนั้นยังไม่ได้แก้จดหมายให้ว่าเราพักที่ไหน --คือเราได้ที่พักแล้วค่ะ ไปอยู่กับโฮสต์ แต่เขาไม่ได้ส่งจดหมายที่ต้องพิมพ์ที่อยู่ใหม่มาให้เรา กรณีนี้เราจึงปริ้นท์ Rental Contract ที่โฮสต์ทางนั้นติดต่อเราผ่านอีเมล รวมไปถึงอีเมลที่ติดต่อกันมาให้เจ้าหน้าที่ดูเป็นหลักฐาน )
- ใบจองโรงแรม (สามวันแรกเราจะแวะไปตะลุยมิวนิกก่อน เลยจองโรงแรมผ่านเว็บ Booking.com ข้อดีของเว็บนี้คือมีตัวเลือกโรงแรมที่ flexible มากกก จองก่อน จ่ายวันเข้าพัก /ไม่ได้ค่าโฆษณานะ 55 )
- ใบจองตั๋วเครื่องบิน
- จดหมายรับรองการไปฝึกงานของเรา (ออกโดยคณบดีวิศวะฯ)
- จดหมายรับรองสถานภาพนิสิต (ออกโดยมหาวิทยาลัย)
- Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน + Bank Guarantee ของผู้ปกครองที่จะออกค่าใช้จ่ายให้เรา (เราฝากแม่ไปขอที่ธนาคารค่ะ โดยที่บอกเจ้าหน้าที่ธนาคารว่า 'ขอไปทำวีซ่าเชงเก้นให้ลูกสาว' เจ้าหน้าที่ก็จะขอเลขพาสปอร์ตและชื่อจริงของเราไปพิมพ์ลงบนเอกสาร เพื่อเป็นการการันตีว่าคุณแม่คือคนที่จะ support ค่าใช้จ่ายตลอดการอยู่ที่นั่นให้เรา)
- สำเนาบัตรประชาชนของแม่ **
- สำเนาทะเบียนบ้าน (สำหรับใครที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วไม่มีเวลากลับบ้านไปหาเหมือนเรา สามารถไปขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านที่เขตต่าง ๆ ในกรุงเทพฯได้นะคะ ค่าบริการ 10 บาท/ใบ และอย่าลืมนำบัตรประชาชนไปด้วย)
- หลักฐานการทำประกัน (ต้องมาจากบริษัทที่ได้รับการยอมรับจากสถานทูตเยอรมนีเท่านั้นค่ะ ซึ่งสามารถเข้าไปเช็คได้ในหน้าเว็บว่ามีบริษัทไหนบ้าง โดยวงเงินต้องไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท)
ขั้นตอนการยื่นวีซ่าของเรา
- จองคิวบนหน้าเว็บสถานทูต
- ปริ้นท์อีเมลยืนยันคิว
- เตรียมเอกสารให้ครบ !!
- เตรียมเงิน 2,300 บาท (ถ้าจะให้จัดส่งวีซ่าทางไปรษณีย์ด้วย + ถ่ายสำเนาอะไรเพิ่ม ควรเตรียมเงินไปอีกประมาณ 200 บาทค่ะ )
- ไปถึงก่อนเวลานัด 15 นาที ห้ามไปสายเด็ดขาด เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ให้ทำค่ะ
- พอไปถึงสถานทูต ผ่านรปภ. แล้ว (ต้องฝากกระเป๋าเป้และโทรศัพท์มือถือ) เราเดินไปที่เคาท์เตอร์ไปรษณีย์เพื่อใช้บริการจัดส่งวีซ่าไปที่บ้าน (ไม่งั้นต้องมารับเองที่สถานทูต) พอจ่ายเงินเรียบร้อยก็เดินมาแจ้งชื่อ-นามสกุลและเวลาที่จองคิวไว้กับเจ้าหน้าที่หน้าตึก พอใกล้ถึงเวลาที่เราจองไว้ เจ้าหน้าที่จะเรียกให้เราไปกดบัตรคิวอีกรอบด้านใน
- เราไปทำพร้อมแฟน เจ้าหน้าที่จึงบอกให้กดบัตรคิวแค่ครั้งเดียวและใช้บัตรใบเดียวกันได้ค่ะ
- นั่งรอ
- รอนานมากกกก เพราะคนก่อนหน้าหลายคนเอกสารผิดค่อนข้างเยอะ + เจ้าหน้าที่ถามนานมากๆ
- เมื่อถึงคิว เรากับแฟนจึงเดินไปหาเจ้าหน้าที่ เราได้สัมภาษณ์ก่อนแฟน
- ยื่นเอกสาร สัมภาษณ์ และสแกนลายนิ้วมือ
- แฟนได้สัมภาษณ์ต่อจากเราเลย
- รับพาสปอร์ตเก่าคืน (เราไม่ได้คืน เพราะพาสปอร์ตเก่าเราเคยมีตราเชงเก้น)
- จ่ายเงินที่เคาท์เตอร์อีกช่อง
- รับใบเสร็จ
- รับสัมภาระคืน เป็นอันเรียบร้อย
ถ้าไม่นับเวลาที่รอคิวคนหน้า เราทั้งคู่ใช้เวลายื่นวีซ่าทั้งหมดไม่เกินสิบนาทีค่ะ
คำถามสัมภาษณ์ที่เราเจอ
จนท: ไปทำอะไรคะ
เรา: ไปทำ research ที่มหาลัยในเยอรมันค่ะ
จนท: มหาลัยชื่ออะไรคะ
เรา: Offenburg University ค่ะ
จนท: แล้ว research ที่ไปทำ เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ตอนนี้ไหมคะ ไปทำด้านอะไร
เรา: ค่ะ ตอนนี้หนูเรียนวิศวะซอฟท์แวร์ค่ะ โปรเจกท์ที่จะไปทำที่นู่นก็เกี่ยวกับซอฟท์แวร์ค่ะ
จนท: ไปวันไหน กลับวันไหน
เรา: ไปวันที่ 28 พฤษภา ขึ้นเครื่องกลับวันที่ 2 สิงหาค่ะ
จนท: คุณแม่ทำงานอะไรคะ
เรา: ธุรกิจส่วนตัวค่ะ
จนท: หนูมีเอกสารรับรองการทำงานคุณแม่มาด้วยรึเปล่า
เรา: หนูไม่ได้เตรียมมาค่ะ
จนท: ไม่เป็นไรค่ะ แล้วตอนนี้เรียนอยู่ที่ไหนคะ ปีอะไร อายุเท่าไหร่
เรา: เรียนที่ม.เกษตร บางเขนค่ะ ปีสาม อายุยี่สิบ
จนท: เคยขอวีซ่าเชงเก้นมาก่อนไหมคะ
เรา: เคยค่ะ ประมาณปี 2012-2013 มั้งคะ หนูจำปีไม่ได้ *เจ้าหน้าที่หยิบพาสปอร์ตเล่มเก่ามาเปิดดู*
จนท: แล้วตอนนั้นไปทำอะไรคะ ไปกี่เดือน
เรา: หนูได้ทุนจากเกอเธ่ไปทำโครงงานที่มิวนิก แล้วก็เป็นโครงการแลกเปลี่ยนด้วย ไปหนึ่งเดือนค่ะ
จนท: แล้วตอนนี้หนูยังเรียนภาษาเยอรมันอยู่รึเปล่า
เรา: ตอนนี้ไม่ได้เรียนค่ะ แต่ล่าสุดหนูลงเรียนในมหาลัยเทอมที่แล้วค่ะ
จนท: โอเคค่ะ สแกนนิ้วมือเลยค่ะ
เรา: *สแกน*
จนท: เรียบร้อยค่ะ ให้เพื่อนมายื่นต่อได้เลยค่ะ
คำถามสัมภาษณ์ที่แฟนเจอ
- ไปทำ research ที่มหาลัยเหมือนเพื่อนคนมะกี้ใช่ไหม
- อายุเท่าไหร่
- คุณแม่ทำงานอะไร มีเอกสารรับรองมาไหม
- ไปวันไหน กลับวันไหน
- เคยยื่นวีซ่าเชงเก้นไหม (แฟนไม่เคย)
- แล้วเคยโดนปฎิเสธวีซ่าจากประเทศไหนไหม
ข้อแนะนำจากเรา
- ถ้าไปหลายคน ให้จองคิวมายื่นวีซ่าในเวลาเดียวกัน วันเดียวกัน เวลากดบัตรคิว / สัมภาษณ์ /จ่ายเงินจะได้ทีเดียวให้มันจบๆ
- เจ้าหน้าที่ที่นี่ใช้คำสุภาพ แต่มีโทนเสียงที่ค่อนข้างเกรี้ยวกราด ซึ่งจริง ๆ แล้วเราว่าเขาใจดีนะ เพราะเรากับแฟนไม่โดนเขาดุหรือพูดกระด้างใส่เลย ย้ำว่าก่อนออกบ้านควรเตรียมเอกสารไปให้ครบ จัดเรียงให้ถูก ตอนที่นั่งรอ เราสังเกตว่าหลายคนโดนดุเพราะเอกสารไม่เรียบร้อยอ่ะ นี่ก็เห็นใจเจ้าหน้าที่นะ วัน ๆ นึงเขาต้องสัมภาษณ์ไม่รู้กี่คน แล้วก็ต้องเจอคนไม่รอบคอบเป็นสิบ ๆ ดังนั้นให้ความร่วมมือเขาหน่อยเน้อ อย่าทำให้เขาเหนื่อยเพิ่มเลย มันจะเสียเวลาคนอื่นไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น แทบทุกฝ่ายก็จะเสียอารมณ์กันอีก
- ตอนจ่ายเงิน มีป้ายติดว่า "กรุณาเตรียมเงินให้พอดี" ก็เตรียมไปให้พอดีเด้อ (ใครคือพอดี ? /ผิด)
- มีเอกสารแบบเผื่อ ๆ ดีกว่าขาด
- ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมอะไรบลา ๆ ไปไหม ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ผ่านเว็บสถานทูต
- แต่งตัวให้เรียบร้อย เราเชื่อว่ามันเป็น first impression
- ถ้าไปถึงแล้วไม่รู้ว่าต้องเดินไปกดคิวตรงไหน ถามเจ้าหน้าที่บริเวณหน้าตึกได้เลย อย่าไปนั่งรอแบบมึน ๆ งง ๆ
- ใครที่มาลง MRT ลุมพินี ออกทางออก 3 เดินตรงเรื่อย ๆ จะผ่านตึก LH Bank สูงๆ ผ่านซอยเกอเธ่ ผ่านรั้วสีเหลือง ๆ ผ่านป้ายรถเมล์ ก็จะถึงสถานทูตเยอรมนีที่มีรั้วสีขาว ป้ายแถวนั้นมีสัญลักษณ์เป็นรูปนกอินทรีติดอยู่
- หรือนั่งวินก็ได้ เสีย 20 บาท แต่เราแนะนำให้เดิน เพราะมันไม่ไกลจากหน้า MRT เลย
- เว็บสถานทูต: https://bangkok.diplo.de
หวังว่าจะเป็นอีกบทความที่มีประโยชน์นะคะ ส่วนตอนนี้เรากำลังภาวนาให้วีซ่าผ่านไว ๆ (เจ้าหน้าที่บอกว่าเร็วสุดคือประมาณ 5 วันทำการ) ใครมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมก็ถามได้ค่ะ :)
EDITED : ตอนนี้ได้วีซ่ากันเรียบร้อยแล้วค่ะ ใช้เวลาแค่ 2-3 วันเอง เร็วมาก !
EDITED : ตอนนี้ได้วีซ่ากันเรียบร้อยแล้วค่ะ ใช้เวลาแค่ 2-3 วันเอง เร็วมาก !
twitter: @stupefy_malfoy
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น