ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2014

(งานแปล) Moments - One Direction

moments-one direction Shut the door Turn the light off I wanna be with you I wanna feel your love I wanna lay beside you I cannot hide this even though I try ปิดประตู ปิดไฟ อยากจะอยู่กับเธอ อยากจะสัมผัสถึงความรักจากเธอ อยากเอนกายลงเคียงข้างเธอ แม้ว่าจะพยายามซักเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถซ่อนความรู้สึกเหล่านี้ได้เลย Heartbeats harder Time escaped me Trembling hands touch skin It makes this harder And the tears steam down my face หัวใจเต้นกระสับกระส่ายขึ้นเรื่อยๆ เวลาผ่านไปไวราวกับมันจะหนี มือทั้งสองข้างสั่นสะท้าน มันยากเหลือเกิน ใบหน้าของฉันก็เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เอาแต่ไหล If we could only have this life for one more day If we could only turn back time ถ้าเกิดว่าเรามีเวลาเพิ่มขึ้นอีกแค่วันเดียว เพียงแค่ย้อนเวลากลับไปได้เท่านั้น  You know I'll be Your life, your voice, your reason to be 'My love, My heart' is breathing for this Moment in time I'll find the words to say Before you leave me today ฉันจะเป็นลมหายใจ...

TALK : คำถามจากการไปเยอรมนี ? #2

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านอีกรอบนะคะ ในพาร์ทนี้ก็จะมาตอบคำถามสำคัญที่ถามกันเข้ามาว่า "ได้อะไรจากการไปเยอรมนี ?" อืม...... กี้ว่ากี้ได้อะไรกลับมาเยอะมากเลยทีเดียว การไปเยอรมนีในระยะเวลาสั้นๆทำให้กี้ได้โตขึ้น ไม่ได้โตในลักษณะที่มีพัฒนาการด้านร่างกายนะคะ แต่'โต' ในที่นี้นี่หมายถึง สภาพจิตใจและความรับผิดชอบต่อตนเองรวมไปถึงสังคมที่มีมากขึ้นค่ะ จากการที่กี้ไปอยู่ที่นั่นทำให้กี้ต้องทำอะไรด้วยตัวเองหลายอย่างเยอะมาก หลักๆที่เห็นภาพชัดที่สุดเลยก็คือการได้ไปโรงเรียนด้วยตัวเอง เพราะปรกติเวลาอยู่ไทย พ่อแม่จะขับรถไปส่งกี้ตลอดเลย.. ทุกๆเช้าในวันธรรมดา กี้ตื่นนอนตอนหกโมง ไปอาบน้ำ กินซีเรียลแล้วก็ออกบ้านพร้อมโฮสเพื่อปั่นจักรยานไปยังสถานีรถไฟ เส้นทางจากบ้านไปโรงเรียนในเยอรมนีนั้นต้องออกจากบ้านให้ตรงเวลาเพื่อไปให้ทันรถไฟ (เพราะพลาดแล้วพลาดเลย) พอนั่งได้ขบวนนึงก็จะต้องลงสถานีนึงเพื่อเปลี่ยนเส้นทางการโดยสารรถไฟกว่าจะถึงโรงเรียนก็ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีค่ะ พอถึงสถานีโรงเรียนแล้ว เราก็จะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณเกือบๆ 2 กิโลเมตร  ปรกติแล้วโรงเรียนจะเข้าตอน 8.40 น. แต่กว่าจะถึงโรง...

TALK : คำถามจากการไปเยอรมนี ? #1

หลังจากเขียน 'การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก' จบไปแล้วสี่ตอน ก็พบว่ามีผู้อ่านเข้ามาเยี่ยมชมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว  เหล่าเพื่อนต่างโรงเรียน พี่ๆน้องๆบนทวิตเตอร์และคนรู้จักหลายๆคน ..... ถ้อยคำบางสำนวนอาจจะอ่านแล้วดูติดๆขัดๆ ก็ขออภัยนะคะ แต่รับร้องว่ากี้จะปรับปรุงวิธีการเขียนให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก มีหลายคำถามที่ก่อนไปเยอรมนีว่า "ทุนนี้เป็นขององค์กรอะไร" "ทำไมได้ไปแค่เดือนเดียวเองหล่ะ" "ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่" "ต้องกลับมาใช้ทุนไหม" ฯลฯ ..... ทำให้กี้รู้สึกอยากเขียนตอนพิเศษของบทความเรื่องเยอรมันขึ้นมาอีกครั้ง ขอตอบทีละคำถามละกันนะคะ - เป็นทุนของโรงเรียนที่ร่วมมือระหว่างสถาบันเกอเธ่ สถาบันทางภาษาเยอรมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและองค์กร UNESCOค่ะ ขออธิบายก่อนว่าโรงเรียนกี้มีอภิสิทธิในเรื่องทุนอยู่สองโครงการก็คือ  โครงการแรก: โรงเรียนความร่วมมือแห่งอนาคต Schulen: Partner der Zukunft (PASCH) โรงเรียนพิงครัตน์เป็นหนึ่งใน ๑๐ โรงเรียนในประเทศไทยที่ได้รับทุนการศึกษาจากองค์กรแลกเปลี่ยนทางการศึกษาแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี (DA...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ Arrivals ] #4

เครื่องบินลอยตัวอยู่ในน่านฟ้าเหนือมหาสมุทรขนาดใหญ่ นำไปสู่อนาคตสามชั่วโมงนับจากตำแหน่งที่เราจากมา  ถึงแม้ตัวเครื่องจะมุ่งตรงไปยังหนทางข้างหน้า แต่จิตใจของพวกเราทั้งหกคงยังคงอยู่ที่เดิม ณ ประเทศเยอรมนี  สาวๆยังคงซึมอยู่ ในขณะที่เด็กหนุ่มสองคนนั่งเงียบๆ (นึกถึงการกลับไปแล้วเจองานโรงเรียน เจอบ้านเมืองไร้ระเบียบวินัย เจอสภาพอากาศอันไม่น่าภิรมย์แล้วคงจะดีใจที่จะได้กลับบ้านอยู่หรอก! )  อาหารมื้อแรกบนเครื่องบินได้ถูกจัดการเรียบร้อยภายในเวลารวดเร็ว ถึงจะไม่มีอารมณ์ทำอะไร แต่เรื่องกินก็สำคัญ .. เนื้อนุ่มๆอบราดซอส พร้อมบล๊อคโคลี่ แครอทและมันฝรั่งต้ม (แน่นอนว่าเป็นเมนูที่กี้สั่ง) "ป่านนี้พวกนั้นจะทำอะไรอยู่วะ" "ก็คงกลับบ้านไปนอนร้องไห้คิดถึงพวกเราอยู่แหละมั้ง" นนท์พูดเล่น แต่ประโยคนั้นกลับทำให้พิมพ์ยิ่งซึมมากขึ้น กี้ถอนหายใจพร้อมกับดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ที่นั่นก็ประมาณบ่ายสองโมงแล้ว ลาวี่จะร้องไห้เหมือนที่นนท์บอกไหม เหล่าแม่ๆของพวกโฮสจะปรีบตัวได้รึยังว่าเย็นวันนี้ไม่มีเด็กไทยนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นด้วยกันแล้ว ทุกคนกำลังทำอะไรอยู่นะ ? เพิ่งจากกันไม...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ Now boarding ] #3

เวลาล่วงเลยจนกระทั่งถึงวันที่สามสิบ เดือนตุลาคม นี่เป็นพาร์ทที่ไม่อยากเขียนมากที่สุดเลย เพราะนึกแล้วอดเศร้าไม่ได้ แต่ยังไงก็ต้องเขียนให้จบๆเพื่อให้บทความเรื่องนี้มีจุดสิ้นสุดของมัน . . . ตำบล แกรเฟลฟิง,มิวนิก, ประเทศเยอรมนี เวลา 7.00 น. กี้สำรวจไปรอบๆห้องเพื่อดูว่ามีอะไรตกค้างอีกหรือไม่ ก่อนที่จะรูดซิปกระเป๋าเดินทางสีชมพูใบใหญ่ที่วางอยู่บนพื้นห้อง ในใจก็ได้แต่หวังว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เมื่อคืนกี้แทบไม่ได้นอนเลย กว่าจะกลับถึงบ้านหลังจากที่ไป Salzburg (ออสเตรีย)ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าๆ อาบน้ำเสร็จก็นั่งคุยกับลาวี่ถึงเที่ยงคืน จากนั้นก็กลับเข้าห้องจัดของใส่กระเป๋า คุยกับคนที่ไทยจนถึงตีสองตีสาม กี้ก็ยังคงนอนไม่หลับ.. อย่างไรก็ตาม .....อยู่บนเครื่องมีเวลาให้นอนอีกเยอะ กี้ลากกระเป๋าออกมาจากห้อง พร้อมกินอาหารเช้ามื้อสุดท้ายที่บ้านสีขาวหลังนี้ ฟิลิปป์ น้องชายลาวี่ในวัยสิบห้าปียังไม่ตื่น ส่วนพ่อของลาวี่นั้น ตอนนี้เขาอยู่ที่แฟรงค์เฟิร์ต กำลังทำงานอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับวิศวกรรมไฟฟ้า ในเวลานี้จึงเหลือแค่แม่และลาวี่ที่ตื่นแต่เช้าเช่นกันเพื่อไปส่งกี้ที่สนามบิน แม่ลาว...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ DEPARTURES ] #2

จากไทยสู่เมืองโดฮา,ประเทศกาตาร์ ยินดีต้อนรับสู่เที่ยวบิน Qatar Airways อีกครั้ง ในพาร์ทนี้ จะขอเล่าประสบการณ์เที่ยวบินสู่อดีต. . . เที่ยวบินที่ไปสู่ประเทศซึ่งช้ากว่าไทย 2-3ชั่วโมง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา ประเทศกาตาร์ เวลา 23.35 น. เครื่องบินค่อยๆไถลไปตามรันเวย์พร้อมๆกับบนจอที่กำลังฉายภาพโฆษณาโปรโมทเมืองโดฮาโดยได้นักเตะทีมบาซาร์มาเป็นนักแสดง ตัดไปเป็นเสียงของกัปตัน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เราถึงเมืองหลวงของประเทศกาตาร์เรียบร้อยโดยสวัสดิภาพ เด็กไทยนำสัมภาระลงมาจากช่องเก็บเหนือเบาะ แล้วเตรียมพาส์ปอร์ตและตั๋วในซองจดหมายประทับตราโรงเรียนมาถือไว้ในมือ ก่อนที่จะออกลงไปทางบันไดเพื่อขึ้นรถบัสซึ่งจะพาเราเข้าไปสู่อาคารผู้โดยสาร ร้อน  อากาศที่นี่ไม่ได้ต่างอะไรจากที่กรุงเทพมากเท่าไหร่  แต่ด้วยความที่อยู่ในความเย็นบนตัวเครื่องมาเกือบๆหกชั่วโมง จึงอดไม่ได้ที่แต่ละคนจะบ่นว่าร้อน พอถึงข้างในตัวอาคาร พวกเราก็ไปต่อแถวตรวจกระเป๋าของช่องผู้โดยสารต่างชาติทันที กี้ ยืนรอคนข้างหน้าอย่างสลึมสลือ ปรกติก็ตาตี่อยู่แล้ว นี่บวกด้วยความง่วงที่หลับๆตื่นๆตลอดการเดินทาง แทบจะไม่เห็นภาพที่ปร...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ DEPARTURES ] #1

วันที่ 2 ตุลาคม 2556 ณ ท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติ เชียงใหม่ เวลา 14.00 น. สนามบินวันนี้แน่นขนัด เป็นเวลาอยู่หลายชั่วโมงกว่าครอบครัวนึงจะวนหาที่จอดรถได้ กี้ ผู้เดินทางมาถึงสนามบินเป็นคนแรก ลากกระเป๋าสีชมพูสดเข้าไปในตัวอาคาร โดยมีพ่อและแม่เดินตามมาด้วย  หลังจากนั้นอีกประมาณสิบนาที เตยและบิลลี่ก็มาถึงในเวลาใกล้เคียงกัน เตยดูมีของพะรุงพะรังมากที่สุด เพราะมือข้างนึงลากกระเป๋า มือข้างนึงถือหมอนรองคอลายลิลัคคุมะขณะที่ไหล่ก็มีสายกระเป๋ากล้องคล้องไว้อยู่  ในขณะที่บิลลี่และกี้มีเป็นสะพายไว้คนละใบ จากนั้นไม่นาน จินนี่ พิมพ์บุญและนนท์ก็ตามมาติดๆ ครบทีม  นนท์ บิลลี่ เตย กี้ จินนี่ พิมพ์ คำถามแรกที่ทักทายกันก็คือ "กระเป๋าหนักไหม" เนื่องจากสายการบิน Qatar Airways เปิดให้โหลดกระเป๋ามากที่สุด 30kg ในกระเป็าพวกเราเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ใช้อยู่ภายในระยะเวลา 1 เดือน ของส่วนตัว ดิกชันนารี ของฝากโฮสและที่สำคัญ.... อุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับจินนี่ที่กระเป๋าเดินทางเล็กที่สุด แต่สำหรับกี้แล้ว ด้วยความที่ขนของไปทั้งหมดแค่ 18kg เท่านั้น การจำกัดน้ำหนั...