โย่วๆ มีเรื่องให้กลับมาเขียนบล็อกอีกแล้ว ดีจังเลย .///////////.
หลังจากชีวิตตกอยู่ในมรสุมความเครียดมายาวนาน เมนส์ก็มา ๆ หาย ๆ จนแพนิคประสาทกินแทบบ้า
วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ที่เรารอคอยก็มาถึงจนได้
มันคือวันประกาศผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนฝึกงานต่างประเทศของหน่วยงาน IAESTE นั่นเอง !
บนหน้าเว็บไซต์แจ้งว่าจะประกาศเวลา 18.00 น. แต่เรานี่กระวนกระวายสุด ๆ เลยตัดสินใจกดลิงก์รายชื่อตอนสี่โมงกว่า ๆ ค่ะ
ปรากฎว่ากดได้ด้วย
เอาวะ....ยังไงก็ต้องรู้ผลภายในวันนี้อยู่ดี *~ให้คุกกี้ทำนายกัน~*

ติดค่ะ ! เห็นชื่อตัวเองอยู่บนประกาศ แล้วเป็น 1 ใน 14 คนของสาขาวิศวคอม เกือบกรี๊ดกลางห้องน้ำเซ็นทรัลลาดพร้าวด้วยแหละ โอย
พอเห็นว่าติดก็โทรไปบอกพ่อแม่ แม่ตื่นเต้นกว่าเราอีก 5555555555555
เกริ่นมานานละ เดี๋ยวจะท้าวความกันก่อนว่าทุน IAESTE นี้มันคือทุนอะไร มีเงื่อนไขไหม แล้วที่ผ่านมาเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
IAESTE คือ ?
IAESTE ย่อมาจาก International Association for the Exchange of Students for Technical Experience เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นครั้งแรกที่ Imperial College กรุงลอนดอน ซึ่งทำหน้าที่จัดสรรทุนฝึกงานด้านเทคนิค (เช่นสายงานวิศวกรรม หรือวิทยาศาสตร์)ให้แก่นักศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ประเทศสมาชิกของ IAESTE มีเยอะมาก ๆ ๆ ๆ เรียกว่าครอบคลุมเกือบทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ทั้งฝั่งเอเชีย ฝั่งยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และตะวันออกกลางก็มี โดยที่ทุนนี้เป็นทุนให้เปล่า ไม่ต้องกลับมาใช้ทุนหลังฝึกงานเสร็จหรือเรียนจบ
จริง ๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีทุนนี้ด้วย แต่มีพี่ที่รู้จักกันแนะนำมาสมัยเราอยู่ปี 1 ว่า ถ้าอยากไปฝึกงานต่างประเทศล่ะก็....ขึ้นปี 3 เมื่อไหร่ให้เตรียมตัวไปสอบซะ เราก็ลองเสิร์ชกูเกิ้ลหาข้อมูลประกอบ เห็นว่าคงไม่เสียหายอะไร เพราะค่าสมัครถูกมาก ก็เลยลองดู
สมัคร IAESTE อย่างไร ?
ถึงแม้สำนักงาน IAESTE Thailand จะอยู่ที่พระนครเหนือก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเด็กพระจอมเท่านั้นที่จะสมัครได้ เขาเปิดรับเด็กทุกมหาวิทยาลัยทั่วไทยเลยล่ะ
คุณสมบัติของผู้สมัคร
- มีสถานภาพเป็นนักศึกษา
- กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ปี 3 ขึ้นไป เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
- หรือ กำลังศึกษาในระดับปริญญาโท เอก เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
- มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ได้ดี
- อายุ 18-30
- มีความประพฤติดี
ถ้ามีคุณสมบัติตามนี้ก็เตรียมเอกสารประกอบการสมัครให้เรียบร้อย แล้วไปยื่นใบสมัครด้วยตัวเองที่พระนครเหนือเลยค่ะ เขาเปิดรับสมัครช่วงเดือนกรกฎา-ตุลาเด้อ
รีวิวการสอบข้อเขียน IAESTE
ก่อนวันสอบ เราไม่สบายและปวดหัวเลยไม่มีแรงอ่าน นอนอย่างเดียวเพราะกลัวจะตื่นไปสอบไม่ไหว ไม่ได้เตรียมตัวอะไรทั้งนั้น ก็ได้แต่ภาวนาว่าสกิลภาษาที่มีอยู่จะทำให้เราผ่านไปได้ด้วยดี
พอไปถึงสนามสอบ เจอคู่แข่งเยอะมาก ๆ ถ้าจำไม่ผิด มีประมาณ 500 กว่าคนมั้ง (คิดในใจ: กุจะรอดบ่หนิ) ห้องสอบเป็นฮอลล์ใหญ่ ๆ ถ้าเคยไปสอบสมาร์ทวันที่ธรรมศาสตร์คงจะเห็นภาพ
ข้อสอบแบ่งเป็นสองพาร์ทนะคะ พาร์ทแรกเป็นปรนัย 4 ตัวเลือก มีประมาณ 100 ข้อ พาร์ทที่สองเป็นเรียงความ มี 2 ข้อ (บังคับว่าต้องเขียน)
มีเวลาทำข้อสอบสามชั่วโมง ไม่ยากมาก ดีแล้วที่ไม่ได้ฝืนอ่านมา 55555555555 คำศัพท์ยากบ้างง่ายบ้าง ผสมๆกัน มีแกรมมาร์ที่เป็นข้อสอบแนว error วัดกึ๋นด้านคำศัพท์กับ tense หลัง ๆ มีบทความให้อ่านแล้วกาคำตอบให้ตรงกับสิ่งที่โจทย์ถาม ส่วนเรียงความ --หัวข้อที่เราได้ไม่ยากเลย เราเขียนไปเต็มหน้าทั้งสองข้อ
สอบเสร็จก็เดินออกมาแบบโล่ง ๆ ค่ะ ใช้เวลาทำไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ ตอนนั้นคิดว่าทำได้ แต่กลัวเจอคนที่เขาเก่งกว่าเราแล้วเราต้องตกรอบอ่ะ TvT ก็มีลุ้นนิดนึง
รีวิวการสอบสัมภาษณ์ IAESTE
รอเดือนกว่าๆก็มีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์จ้า ในสายวิศวะคอมมีคนเข้ารอบประมาณยี่สิบคน แล้วก็มีสายวิทย์คอมอีกสิบกว่าคน คิดว่าน่าจะต้องยุบรวมแล้วแข่งกันเองด้วย (อิงจากประกาศคนได้ทุนนะคะ เขายุบรวมสองสายนี้แล้วประกาศชื่อรวม ไม่ได้แยกตาราง)
สอบสัมภาษณ์แบ่งออกเป็นสองรอบ รอบแรกจะวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ รอบที่สองคือวัดความสามารถทางวิชาชีพกับอาจารย์คนไทย เราได้คิวสัมภาษณ์อันดับแรก ๆ เลย พอไปถึงก็นั่งรอในห้องประชุมแล้วกรรมการก็เรียกค่ะ
สำหรับการสัมภาษณ์รอบแรก เราได้อาจารย์เป็นคนอินเดีย เขาถามเรื่องทั่ว ๆ ไป ก็ให้เราแนะนำตัวเองว่าเราเรียนที่ไหน ทำไมถึงอยากไปต่างประเทศ เคยทำงานจริง ๆ มาก่อนรึเปล่า แล้วมีทักษะในภาษาของประเทศที่เราอยากไปหรือไม่
เป็นโชคดีของเราที่อาจารย์ท่านนี้ถูกชะตาเราเรื่องภาษาเยอรมัน
บทสนทนาก็เป็นดังนี้
กรรมการ: Wow ! Sprechen Sie Deutsch ? *แล้วก็พ่นเยอรมันมาอีกรัวๆ แล้วเขาก็ประทับใจมากที่รู้ว่าเราผ่าน B1 เรียบร้อย*
พอสัมภาษณ์กับกรรมการท่านนี้เสร็จ เราก็ต้องไปเข้าคิวรอสัมภาษณ์ความสามารถทางวิชาชีพต่อ ในห้องมีสามโต๊ะ แล้วเราได้คิวที่อาจารย์ถามเด็กนานที่สุด นี่ก็เริ่มขนลุก เพราะแอร์หนาวมาก อยากจะออกไปจากตรงนี้ไว ๆ
พอถึงคิวเรา ตอนนั้นไม่ไหวแล้ว หนาวไปถึงกระดูก ทั้งตัวสั่นทั้งเสียงแหบ รู้สึกอนาถตัวเองมาก พอเดินไปถึงโต๊ะสัมภาษณ์นี่เราต้องจิกมือตัวเองไปด้วย เพราะมันหนาวจริง ๆ TvT สติจะหลุดอยู่แล้ว
อาจารย์ให้เราแนะนำตัวเอง เขียนภาษาโปรแกรมมิ่งอะไรบ้าง ถนัดภาษาอะไร เคยทำโปรเจกท์อะไร มี passion เรื่องอะไร ถามเรื่อง Java กับ Python นิดหน่อยแล้วก็ถามเราว่า "ถ้าสมมุติคุณได้ทุนนี้ แต่ต้องไปทำงานประเภทเขียน document แทน ไม่ได้ coding เลย คุณจะรับได้ไหม "
รักกัลป์ก็ตอบแบบนางงามจ้า "ตอนนี้ทำโปรเจกท์ e-commerce website แล้วต้องมาจัดการเรื่อง document เหมือนกัน (วิชาwsp) หนูคงรู้สึกแปลกๆหน่อยถ้าไม่ได้โค้ดเลย แต่หนูมั่นใจว่าสามารถรับมือกับตัวงานและ apply ทุกอย่างได้ค่ะ"
คำถามต่อมาคือ 'จะเอาสิ่งที่เราเป็น software & knowledge eng. มาช่วยเกษตรกรไทยยังไง'
// Me: ตอนนั้นวิชา KEM เรื่องปลูกข้าวลอยเข้ามาในหัว 5555555 กลุ่มรุ่นพี่ทำยังไง พูดไปให้หมด วิชานี้มีประโยชน์กะชีวิตนี่แล้วค่ะ !!
ต่อมา อาจารย์ชวนคุยเรื่องที่เราเคยได้ทุนไปเยอรมนี แล้วก็ถามว่าไปอยู่นั่นทำไรบ้าง นี่ก็บอกเคยทำรีเสิร์ชเปรียบเทียบการศึกษาไทยกับที่เยอร จารย์ชวนคุยต่ออีก -_-; รู้สึกว่ามันยาวนานมาก
สุดท้ายก็จบการสัมภาษณ์ด้วยคำถาม "คุณอยากฝึกงานด้านไหนเป็นพิเศษไหม จารย์จะเขียน recommend ให้" โอยยย น้ำตาจะไหลเลยอ่ะ ดีใจที่วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็นอนรอไปยาว ๆ จนถึงวันประกาศผลในเดือนกุมภา เราติดเป็นตัวจริงรอบแรกเลย ซึ่งตอนเห็นชื่อตัวเองความรู้สึกที่ดีมาก ๆ พ่อแม่ก็พลอยดีอกดีใจไปด้วย
เงื่อนไขการรับทุน IAESTE
Source : http://www.iaeste.kmutnb.ac.th
จริง ๆ มีหลายข้อมากก แต่จะเล่าพอสังเขปตามที่เราพอจะสรุปให้ได้ละกัน
- เป็นทุนฝึกงานต่างประเทศ องค์กรนี้ทำหน้าที่คล้าย ๆ นายหน้าที่จัดสรรบริษัทในต่างประเทศให้ และรับเราไปฝึกงานให้ตรงตามสายอาชีพ ถึงแม้ว่าทุนนี้จะไม่ครอบคลุมเรื่องค่าเดินทาง ค่าอยู่ ค่ากิน ค่าวีซ่า แต่บริษัทที่เขารับเราไปทำงาน จะมีเบี้ยเลี้ยงระหว่างฝึกงานให้ด้วย เท่าที่ส่อง ๆ มาก็ยังไม่เจอคนโดนเบี้ยวทุนนะคะ หลายคนมารีวิวว่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้นั้นทำให้มีเงินพออยู่พอกินสมกับที่อยู่ต่างประเทศแล้ว
- ได้เครดิตติดตัว ถือเป็นสมาชิกองค์กรไอเอสเต้ไปโดยปริยาย
- คนที่สอบได้อันดับแรก ๆ ของสาขา มีสิทธิเลือกประเทศฝึกงานก่อน
- ฝึกงานเสร็จ ไม่ต้องใช้ทุน แต่ต้องเขียน report
ฟังดูคล้ายกับการไป Work and Travel แต่ทุน IAESTE เป็นทุนสำหรับนักศึกษาที่ต้องการไปฝึกงานด้านเทคนิคอ่ะค่ะ ถ้าใครต้องการฝึกงานที่เฉพาะด้าน เราคิดว่า IAESTE น่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า
เดี๋ยววันเสาร์นี้เราต้องไปปฐมนิเทศและเลือกประเทศแล้ว ถ้าไม่มีประเทศที่ตรงตามความต้องการ เราคงสละสิทธิ์ให้เขาเรียกตัวสำรองขึ้นมาแทน เอาเป็นว่า เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ ชีวิตตอนนี้มีแต่เรื่องต้องตัดสินใจ ฮือ T_______T
ปล. แฟนเราก็ติดทุนนี้ด้วยนะ เพราะเราลากแฟนไปสอบเป็นเพื่อน 5555555555555555 ซึ่งนางโหดอิ้งกว่าเราล้านเท่า ไม่ติดก็ให้รู้ไปปป
Special Thanks To:
- ป๊าแม่ ผู้สนับสนุนให้เราไปสอบ
- พี่ต้น บัณฑิต ME บางมด พี่ที่แนะนำทุนนี้ให้กับเรา
- พี่มาร์ชเอฟ พี่ CPE ที่เคยติดทุนนี้เหมือนกันเลยให้คำแนะนำเราช่วงสอบสัมภาษณ์ได้
- แฟน เพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนมหาลัย และทุกคนบนทวิตเตอร์ที่คอยเป็นกำลังใจในช่วงปัญหาความเครียดรุมเร้า <3
มีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ทักหลังไมค์มาได้ค่ะ ยินดีตอบ
FB: Rakkan Tiasakul
Twitter: @stupefy_malfoy
หลังจากชีวิตตกอยู่ในมรสุมความเครียดมายาวนาน เมนส์ก็มา ๆ หาย ๆ จนแพนิคประสาทกินแทบบ้า
วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ที่เรารอคอยก็มาถึงจนได้
มันคือวันประกาศผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนฝึกงานต่างประเทศของหน่วยงาน IAESTE นั่นเอง !
บนหน้าเว็บไซต์แจ้งว่าจะประกาศเวลา 18.00 น. แต่เรานี่กระวนกระวายสุด ๆ เลยตัดสินใจกดลิงก์รายชื่อตอนสี่โมงกว่า ๆ ค่ะ
ปรากฎว่ากดได้ด้วย
เอาวะ....ยังไงก็ต้องรู้ผลภายในวันนี้อยู่ดี *~ให้คุกกี้ทำนายกัน~*

ติดค่ะ ! เห็นชื่อตัวเองอยู่บนประกาศ แล้วเป็น 1 ใน 14 คนของสาขาวิศวคอม เกือบกรี๊ดกลางห้องน้ำเซ็นทรัลลาดพร้าวด้วยแหละ โอย
พอเห็นว่าติดก็โทรไปบอกพ่อแม่ แม่ตื่นเต้นกว่าเราอีก 5555555555555
เกริ่นมานานละ เดี๋ยวจะท้าวความกันก่อนว่าทุน IAESTE นี้มันคือทุนอะไร มีเงื่อนไขไหม แล้วที่ผ่านมาเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
IAESTE คือ ?
IAESTE ย่อมาจาก International Association for the Exchange of Students for Technical Experience เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นครั้งแรกที่ Imperial College กรุงลอนดอน ซึ่งทำหน้าที่จัดสรรทุนฝึกงานด้านเทคนิค (เช่นสายงานวิศวกรรม หรือวิทยาศาสตร์)ให้แก่นักศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ประเทศสมาชิกของ IAESTE มีเยอะมาก ๆ ๆ ๆ เรียกว่าครอบคลุมเกือบทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ทั้งฝั่งเอเชีย ฝั่งยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และตะวันออกกลางก็มี โดยที่ทุนนี้เป็นทุนให้เปล่า ไม่ต้องกลับมาใช้ทุนหลังฝึกงานเสร็จหรือเรียนจบ
จริง ๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีทุนนี้ด้วย แต่มีพี่ที่รู้จักกันแนะนำมาสมัยเราอยู่ปี 1 ว่า ถ้าอยากไปฝึกงานต่างประเทศล่ะก็....ขึ้นปี 3 เมื่อไหร่ให้เตรียมตัวไปสอบซะ เราก็ลองเสิร์ชกูเกิ้ลหาข้อมูลประกอบ เห็นว่าคงไม่เสียหายอะไร เพราะค่าสมัครถูกมาก ก็เลยลองดู
สมัคร IAESTE อย่างไร ?
ถึงแม้สำนักงาน IAESTE Thailand จะอยู่ที่พระนครเหนือก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเด็กพระจอมเท่านั้นที่จะสมัครได้ เขาเปิดรับเด็กทุกมหาวิทยาลัยทั่วไทยเลยล่ะ
คุณสมบัติของผู้สมัคร
- มีสถานภาพเป็นนักศึกษา
- กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ปี 3 ขึ้นไป เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
- หรือ กำลังศึกษาในระดับปริญญาโท เอก เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
- มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ได้ดี
- อายุ 18-30
- มีความประพฤติดี
ถ้ามีคุณสมบัติตามนี้ก็เตรียมเอกสารประกอบการสมัครให้เรียบร้อย แล้วไปยื่นใบสมัครด้วยตัวเองที่พระนครเหนือเลยค่ะ เขาเปิดรับสมัครช่วงเดือนกรกฎา-ตุลาเด้อ
รีวิวการสอบข้อเขียน IAESTE
ก่อนวันสอบ เราไม่สบายและปวดหัวเลยไม่มีแรงอ่าน นอนอย่างเดียวเพราะกลัวจะตื่นไปสอบไม่ไหว ไม่ได้เตรียมตัวอะไรทั้งนั้น ก็ได้แต่ภาวนาว่าสกิลภาษาที่มีอยู่จะทำให้เราผ่านไปได้ด้วยดี
พอไปถึงสนามสอบ เจอคู่แข่งเยอะมาก ๆ ถ้าจำไม่ผิด มีประมาณ 500 กว่าคนมั้ง (คิดในใจ: กุจะรอดบ่หนิ) ห้องสอบเป็นฮอลล์ใหญ่ ๆ ถ้าเคยไปสอบสมาร์ทวันที่ธรรมศาสตร์คงจะเห็นภาพ
ข้อสอบแบ่งเป็นสองพาร์ทนะคะ พาร์ทแรกเป็นปรนัย 4 ตัวเลือก มีประมาณ 100 ข้อ พาร์ทที่สองเป็นเรียงความ มี 2 ข้อ (บังคับว่าต้องเขียน)
มีเวลาทำข้อสอบสามชั่วโมง ไม่ยากมาก ดีแล้วที่ไม่ได้ฝืนอ่านมา 55555555555 คำศัพท์ยากบ้างง่ายบ้าง ผสมๆกัน มีแกรมมาร์ที่เป็นข้อสอบแนว error วัดกึ๋นด้านคำศัพท์กับ tense หลัง ๆ มีบทความให้อ่านแล้วกาคำตอบให้ตรงกับสิ่งที่โจทย์ถาม ส่วนเรียงความ --หัวข้อที่เราได้ไม่ยากเลย เราเขียนไปเต็มหน้าทั้งสองข้อ
สอบเสร็จก็เดินออกมาแบบโล่ง ๆ ค่ะ ใช้เวลาทำไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ ตอนนั้นคิดว่าทำได้ แต่กลัวเจอคนที่เขาเก่งกว่าเราแล้วเราต้องตกรอบอ่ะ TvT ก็มีลุ้นนิดนึง
รีวิวการสอบสัมภาษณ์ IAESTE
รอเดือนกว่าๆก็มีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์จ้า ในสายวิศวะคอมมีคนเข้ารอบประมาณยี่สิบคน แล้วก็มีสายวิทย์คอมอีกสิบกว่าคน คิดว่าน่าจะต้องยุบรวมแล้วแข่งกันเองด้วย (อิงจากประกาศคนได้ทุนนะคะ เขายุบรวมสองสายนี้แล้วประกาศชื่อรวม ไม่ได้แยกตาราง)
สอบสัมภาษณ์แบ่งออกเป็นสองรอบ รอบแรกจะวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ รอบที่สองคือวัดความสามารถทางวิชาชีพกับอาจารย์คนไทย เราได้คิวสัมภาษณ์อันดับแรก ๆ เลย พอไปถึงก็นั่งรอในห้องประชุมแล้วกรรมการก็เรียกค่ะ
สำหรับการสัมภาษณ์รอบแรก เราได้อาจารย์เป็นคนอินเดีย เขาถามเรื่องทั่ว ๆ ไป ก็ให้เราแนะนำตัวเองว่าเราเรียนที่ไหน ทำไมถึงอยากไปต่างประเทศ เคยทำงานจริง ๆ มาก่อนรึเปล่า แล้วมีทักษะในภาษาของประเทศที่เราอยากไปหรือไม่
เป็นโชคดีของเราที่อาจารย์ท่านนี้ถูกชะตาเราเรื่องภาษาเยอรมัน
บทสนทนาก็เป็นดังนี้
กรรมการ: You’re studying engineering, but I wonder why you have learned so many languages ? Are they important ? Why don’t you study in the field like Arts ?
รักกัลป์: In my opinion, knowing different languages gives me the ability to communicate with people and understand others' cultures around the world. And that does really matter.
กรรมการ: Great. Well, what languages do you speak then ?
รักกัลป์: I speak Thai, English, German, French, Spanish and Chinese.
พอสัมภาษณ์กับกรรมการท่านนี้เสร็จ เราก็ต้องไปเข้าคิวรอสัมภาษณ์ความสามารถทางวิชาชีพต่อ ในห้องมีสามโต๊ะ แล้วเราได้คิวที่อาจารย์ถามเด็กนานที่สุด นี่ก็เริ่มขนลุก เพราะแอร์หนาวมาก อยากจะออกไปจากตรงนี้ไว ๆ
พอถึงคิวเรา ตอนนั้นไม่ไหวแล้ว หนาวไปถึงกระดูก ทั้งตัวสั่นทั้งเสียงแหบ รู้สึกอนาถตัวเองมาก พอเดินไปถึงโต๊ะสัมภาษณ์นี่เราต้องจิกมือตัวเองไปด้วย เพราะมันหนาวจริง ๆ TvT สติจะหลุดอยู่แล้ว
อาจารย์ให้เราแนะนำตัวเอง เขียนภาษาโปรแกรมมิ่งอะไรบ้าง ถนัดภาษาอะไร เคยทำโปรเจกท์อะไร มี passion เรื่องอะไร ถามเรื่อง Java กับ Python นิดหน่อยแล้วก็ถามเราว่า "ถ้าสมมุติคุณได้ทุนนี้ แต่ต้องไปทำงานประเภทเขียน document แทน ไม่ได้ coding เลย คุณจะรับได้ไหม "
รักกัลป์ก็ตอบแบบนางงามจ้า "ตอนนี้ทำโปรเจกท์ e-commerce website แล้วต้องมาจัดการเรื่อง document เหมือนกัน (วิชาwsp) หนูคงรู้สึกแปลกๆหน่อยถ้าไม่ได้โค้ดเลย แต่หนูมั่นใจว่าสามารถรับมือกับตัวงานและ apply ทุกอย่างได้ค่ะ"
คำถามต่อมาคือ 'จะเอาสิ่งที่เราเป็น software & knowledge eng. มาช่วยเกษตรกรไทยยังไง'
// Me: ตอนนั้นวิชา KEM เรื่องปลูกข้าวลอยเข้ามาในหัว 5555555 กลุ่มรุ่นพี่ทำยังไง พูดไปให้หมด วิชานี้มีประโยชน์กะชีวิตนี่แล้วค่ะ !!
ต่อมา อาจารย์ชวนคุยเรื่องที่เราเคยได้ทุนไปเยอรมนี แล้วก็ถามว่าไปอยู่นั่นทำไรบ้าง นี่ก็บอกเคยทำรีเสิร์ชเปรียบเทียบการศึกษาไทยกับที่เยอร จารย์ชวนคุยต่ออีก -_-; รู้สึกว่ามันยาวนานมาก
สุดท้ายก็จบการสัมภาษณ์ด้วยคำถาม "คุณอยากฝึกงานด้านไหนเป็นพิเศษไหม จารย์จะเขียน recommend ให้" โอยยย น้ำตาจะไหลเลยอ่ะ ดีใจที่วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็นอนรอไปยาว ๆ จนถึงวันประกาศผลในเดือนกุมภา เราติดเป็นตัวจริงรอบแรกเลย ซึ่งตอนเห็นชื่อตัวเองความรู้สึกที่ดีมาก ๆ พ่อแม่ก็พลอยดีอกดีใจไปด้วย
เงื่อนไขการรับทุน IAESTE
Source : http://www.iaeste.kmutnb.ac.th
จริง ๆ มีหลายข้อมากก แต่จะเล่าพอสังเขปตามที่เราพอจะสรุปให้ได้ละกัน
- เป็นทุนฝึกงานต่างประเทศ องค์กรนี้ทำหน้าที่คล้าย ๆ นายหน้าที่จัดสรรบริษัทในต่างประเทศให้ และรับเราไปฝึกงานให้ตรงตามสายอาชีพ ถึงแม้ว่าทุนนี้จะไม่ครอบคลุมเรื่องค่าเดินทาง ค่าอยู่ ค่ากิน ค่าวีซ่า แต่บริษัทที่เขารับเราไปทำงาน จะมีเบี้ยเลี้ยงระหว่างฝึกงานให้ด้วย เท่าที่ส่อง ๆ มาก็ยังไม่เจอคนโดนเบี้ยวทุนนะคะ หลายคนมารีวิวว่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้นั้นทำให้มีเงินพออยู่พอกินสมกับที่อยู่ต่างประเทศแล้ว
- ได้เครดิตติดตัว ถือเป็นสมาชิกองค์กรไอเอสเต้ไปโดยปริยาย
- คนที่สอบได้อันดับแรก ๆ ของสาขา มีสิทธิเลือกประเทศฝึกงานก่อน
- ฝึกงานเสร็จ ไม่ต้องใช้ทุน แต่ต้องเขียน report
ฟังดูคล้ายกับการไป Work and Travel แต่ทุน IAESTE เป็นทุนสำหรับนักศึกษาที่ต้องการไปฝึกงานด้านเทคนิคอ่ะค่ะ ถ้าใครต้องการฝึกงานที่เฉพาะด้าน เราคิดว่า IAESTE น่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า
เดี๋ยววันเสาร์นี้เราต้องไปปฐมนิเทศและเลือกประเทศแล้ว ถ้าไม่มีประเทศที่ตรงตามความต้องการ เราคงสละสิทธิ์ให้เขาเรียกตัวสำรองขึ้นมาแทน เอาเป็นว่า เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ ชีวิตตอนนี้มีแต่เรื่องต้องตัดสินใจ ฮือ T_______T
ปล. แฟนเราก็ติดทุนนี้ด้วยนะ เพราะเราลากแฟนไปสอบเป็นเพื่อน 5555555555555555 ซึ่งนางโหดอิ้งกว่าเราล้านเท่า ไม่ติดก็ให้รู้ไปปป
Special Thanks To:
- ป๊าแม่ ผู้สนับสนุนให้เราไปสอบ
- พี่ต้น บัณฑิต ME บางมด พี่ที่แนะนำทุนนี้ให้กับเรา
- พี่มาร์ชเอฟ พี่ CPE ที่เคยติดทุนนี้เหมือนกันเลยให้คำแนะนำเราช่วงสอบสัมภาษณ์ได้
- แฟน เพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนมหาลัย และทุกคนบนทวิตเตอร์ที่คอยเป็นกำลังใจในช่วงปัญหาความเครียดรุมเร้า <3
มีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ทักหลังไมค์มาได้ค่ะ ยินดีตอบ
FB: Rakkan Tiasakul
Twitter: @stupefy_malfoy
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น