ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2014

สอบสัมภาษณ์วิศวะหลักสูตรอินเตอร์[ TEP/TEPE ] มธ.

- เขียนเมื่อ 28.10.57 - เป็นการสอบสัมภาษณ์เข้ามหาลั ยครั้งที่สองในชีวิตเลยก็ว่าได้   อันแรกเราได้สัมภาษณ์วิศวะ SIIT ซึ่งยังไม่ประกาศผล ( รอไปดิ ; ;) โอเค.. เริ่มแรก.. เนื่องจากบ้านอยู่แถวนั้น ตอนเช้าเราเลยต้องนั่งรถเมล์สาย 29 จากหน้ามอเกษตรต่อไปยังมธ. ด้วยความซวยจริงจัง อิรถเมล์แม่งดันเสีย จึงต้องเปลี่ยนรถหน้าม.กรุงเทพ  แล้วรถเมล์คันที่สองพาเรามาส่ งหน้ามธ.  ด้วยความที่ตัวตึกคณะวิศวกรรมมั นไกลพอสมควร เราก็เรียกวินมอไซต์เข้าไป พอไปถึงก็พบกับนักเรียนที่มีผู้ ปกครองมาด้วยกันอยู่เต็มไปหมด บ้างก็นั่งท่องสคริปท์ ตามกระดาษที่ถือไว้ในมืออย่ างจริงจัง ซึ่งเราเหรอ... ชิลมาก ในหัวไม่มีบทอะไรเลย กะจะพูดสดอย่างเดียว คนมาส่งก็ไม่มี ..รู้สึกเศร้า 55  /มาอยู่กับอาที่กรุงเทพ ป๊ายังโทรมากำชับอาว่า "มึงปล่อยให้ลูกกูขึ้นรถเมล์ ไปมธ.เองนะ ไม่ต้องไปส่งมันเลยนะ"/ ดีค่ะดี.. หลังจากที่โทรหาป๊าแม่ ขอกำลังใจเรียบร้อยแล้ว เราก็ขึ้นลิฟท์ไปชั้นห้า ณ ห้องที่เขานัดสัมภาษณ์   มีเด็กหลายคนนั่งรอในนั้นอยู่ก่ อนแล้ว รวมไปถึงเพื่อนเราอีก2-3 คนด้วย สักพักพี่เขาก็ให้พว...

(งานแปล) Moments - One Direction

moments-one direction Shut the door Turn the light off I wanna be with you I wanna feel your love I wanna lay beside you I cannot hide this even though I try ปิดประตู... ปิดไฟ... ฉันอยากจะอยู่กับเธอเพียงลำพัง ฉันโหยหาความรักจากตัวเธอเสมอ ฉันจะเอนกายลงเคียงข้างเธอ แม้ว่าจะพยายามซักเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถซ่อนความรู้สึกที่เศร้าโศกนี้ได้เลย Heartbeats harder Time escapesd me Trembling hands touch skin It makes this harder And the tears steam down my face หัวใจที่เต้นกระสับกระส่ายขึ้นเรื่อยๆ เวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับมันหนีไปจากฉัน มือทั้งสองข้างสั่นสะท้าน เมื่อสัมผัสร่างของเธอ ฉันควบคุมตนเองไม่ได้ และใบหน้าของฉันเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เอาแต่ไหล If we could only have this life for one more day If we could only turn back time ถ้าเกิดว่าเรามีเวลาเพิ่มขึ้นอีกแค่วันเดียว ...แค่วันเดียวเท่านั้น ...แค่ย้อนเวลากลับไปเท่านั้น  You know I'll be Your life, your voice, your reason to be 'My love, My heart' is breathin...

สูบบุหรี่ดีอย่างไร ?​

11.4.57 ณ เมืองหลวงแสนวุ่นวายของประเทศไทย ฉันเดินอยู่บนสะพานลอยแห่งนึงในตัวเมืองแห่งนี้ สายตาชำเลืองมองออกไปยังภาพจราจรติดขัดเบื้องล่างนั่น  ก่อนที่จะกลับมามองทางข้างหน้าอีกครั้ง ฉันก้าวเท้าเดินลงบันได ผู้ชายที่เดินขวางทางข้างหน้าพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างไม่แยแสว่าจะมีใครได้สูดดมสารก่อมะเร็งชนิดนี้หรือไม่ เขาไม่ได้แม้แต่จะสนใจด้วยซ้ำว่าฉันกำลังเดินตามเขาอยู่ข้างหลัง กลิ่นบุหรี่ลอยมาแตะจมูกฉันเบาๆ ถึงแม้จะรู้จักเพื่อนชาวเยอรมันเยอะแยะมากมายที่สูบบุหรี่ แต่ฉันก็ไม่ชินกับกลิ่นของมันเสียที จนกระทั่งสิ้นสุดขั้นบันไดของสะพานลอย ผู้ชายคนนั้นสูบบุหรี่แล้วพ่นควันออกมาเบาๆอีกครั้ง จากนั้นก็ทิ้งก้นบุหรี่ลงไป ก่อนที่เขาจะใช้ปลายเท้าบดขยี้มันลงบนพื้นคอนกรีต . . .  บุหรี่...บุหรี่ที่ถูกเหยียบบนพื้นทางเดินเต็มไปหมด ฉันมองภาพข้างหน้าแล้วอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้   " การสูบบุหรี่ยังเป็นการเพิ่มขยะพิษอีกเป็นจำนวนมาก เพราะซองบุหรี่และก้นบุหรี่ที่พบจำนวนมากในขณะนี้ เป็นปัญหาขยะในสภาพแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากการสำรวจพบว่าในแต่ละปีมีก้นบุหรี่กว่า 5 ล้...

TALK : คำถามจากการไปเยอรมนี ? #2

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านอีกรอบนะคะ ในพาร์ทนี้ก็จะมาตอบคำถามสำคัญที่ถามกันเข้ามาว่า "ได้อะไรจากการไปเยอรมนี ?" อืม...... กี้ว่ากี้ได้อะไรกลับมาเยอะมากเลยทีเดียว การไปเยอรมนีในระยะเวลาสั้นๆทำให้กี้ได้โตขึ้น ไม่ได้โตในลักษณะที่มีพัฒนาการด้านร่างกายนะคะ แต่'โต' ในที่นี้นี่หมายถึง สภาพจิตใจและความรับผิดชอบต่อตนเองรวมไปถึงสังคมที่มีมากขึ้นค่ะ จากการที่กี้ไปอยู่ที่นั่นทำให้กี้ต้องทำอะไรด้วยตัวเองหลายอย่างเยอะมาก หลักๆที่เห็นภาพชัดที่สุดเลยก็คือการได้ไปโรงเรียนด้วยตัวเอง เพราะปรกติเวลาอยู่ไทย พ่อแม่จะขับรถไปส่งกี้ตลอดเลย.. ทุกๆเช้าในวันธรรมดา กี้ตื่นนอนตอนหกโมง ไปอาบน้ำ กินซีเรียลแล้วก็ออกบ้านพร้อมโฮสเพื่อปั่นจักรยานไปยังสถานีรถไฟ เส้นทางจากบ้านไปโรงเรียนในเยอรมนีนั้นต้องออกจากบ้านให้ตรงเวลาเพื่อไปให้ทันรถไฟ (เพราะพลาดแล้วพลาดเลย) พอนั่งได้ขบวนนึงก็จะต้องลงสถานีนึงเพื่อเปลี่ยนเส้นทางการโดยสารรถไฟกว่าจะถึงโรงเรียนก็ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีค่ะ พอถึงสถานีโรงเรียนแล้ว เราก็จะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณเกือบๆ 2 กิโลเมตร  ปรกติแล้วโรงเรียนจะเข้าตอน 8.40 น. แต่กว่าจะถึงโรง...

TALK : คำถามจากการไปเยอรมนี ? #1

หลังจากเขียน 'การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก' จบไปแล้วสี่ตอน ก็พบว่ามีผู้อ่านเข้ามาเยี่ยมชมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว  เหล่าเพื่อนต่างโรงเรียน พี่ๆน้องๆบนทวิตเตอร์และคนรู้จักหลายๆคน ..... ถ้อยคำบางสำนวนอาจจะอ่านแล้วดูติดๆขัดๆ ก็ขออภัยนะคะ แต่รับร้องว่ากี้จะปรับปรุงวิธีการเขียนให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก มีหลายคำถามที่ก่อนไปเยอรมนีว่า "ทุนนี้เป็นขององค์กรอะไร" "ทำไมได้ไปแค่เดือนเดียวเองหล่ะ" "ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่" "ต้องกลับมาใช้ทุนไหม" ฯลฯ ..... ทำให้กี้รู้สึกอยากเขียนตอนพิเศษของบทความเรื่องเยอรมันขึ้นมาอีกครั้ง ขอตอบทีละคำถามละกันนะคะ - เป็นทุนของโรงเรียนที่ร่วมมือระหว่างสถาบันเกอเธ่ สถาบันทางภาษาเยอรมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและองค์กร UNESCOค่ะ ขออธิบายก่อนว่าโรงเรียนกี้มีอภิสิทธิในเรื่องทุนอยู่สองโครงการก็คือ  โครงการแรก: โรงเรียนความร่วมมือแห่งอนาคต Schulen: Partner der Zukunft (PASCH) โรงเรียนพิงครัตน์เป็นหนึ่งใน ๑๐ โรงเรียนในประเทศไทยที่ได้รับทุนการศึกษาจากองค์กรแลกเปลี่ยนทางการศึกษาแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี (DA...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ Arrivals ] #4

เครื่องบินลอยตัวอยู่ในน่านฟ้าเหนือมหาสมุทรขนาดใหญ่ นำไปสู่อนาคตสามชั่วโมงนับจากตำแหน่งที่เราจากมา  ถึงแม้ตัวเครื่องจะมุ่งตรงไปยังหนทางข้างหน้า แต่จิตใจของพวกเราทั้งหกคงยังคงอยู่ที่เดิม ณ ประเทศเยอรมนี  สาวๆยังคงซึมอยู่ ในขณะที่เด็กหนุ่มสองคนนั่งเงียบๆ (นึกถึงการกลับไปแล้วเจองานโรงเรียน เจอบ้านเมืองไร้ระเบียบวินัย เจอสภาพอากาศอันไม่น่าภิรมย์แล้วคงจะดีใจที่จะได้กลับบ้านอยู่หรอก! )  อาหารมื้อแรกบนเครื่องบินได้ถูกจัดการเรียบร้อยภายในเวลารวดเร็ว ถึงจะไม่มีอารมณ์ทำอะไร แต่เรื่องกินก็สำคัญ .. เนื้อนุ่มๆอบราดซอส พร้อมบล๊อคโคลี่ แครอทและมันฝรั่งต้ม (แน่นอนว่าเป็นเมนูที่กี้สั่ง) "ป่านนี้พวกนั้นจะทำอะไรอยู่วะ" "ก็คงกลับบ้านไปนอนร้องไห้คิดถึงพวกเราอยู่แหละมั้ง" นนท์พูดเล่น แต่ประโยคนั้นกลับทำให้พิมพ์ยิ่งซึมมากขึ้น กี้ถอนหายใจพร้อมกับดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ที่นั่นก็ประมาณบ่ายสองโมงแล้ว ลาวี่จะร้องไห้เหมือนที่นนท์บอกไหม เหล่าแม่ๆของพวกโฮสจะปรีบตัวได้รึยังว่าเย็นวันนี้ไม่มีเด็กไทยนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นด้วยกันแล้ว ทุกคนกำลังทำอะไรอยู่นะ ? เพิ่งจากกันไม...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ Now boarding ] #3

เวลาล่วงเลยจนกระทั่งถึงวันที่สามสิบ เดือนตุลาคม นี่เป็นพาร์ทที่ไม่อยากเขียนมากที่สุดเลย เพราะนึกแล้วอดเศร้าไม่ได้ แต่ยังไงก็ต้องเขียนให้จบๆเพื่อให้บทความเรื่องนี้มีจุดสิ้นสุดของมัน . . . ตำบล แกรเฟลฟิง,มิวนิก, ประเทศเยอรมนี เวลา 7.00 น. กี้สำรวจไปรอบๆห้องเพื่อดูว่ามีอะไรตกค้างอีกหรือไม่ ก่อนที่จะรูดซิปกระเป๋าเดินทางสีชมพูใบใหญ่ที่วางอยู่บนพื้นห้อง ในใจก็ได้แต่หวังว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เมื่อคืนกี้แทบไม่ได้นอนเลย กว่าจะกลับถึงบ้านหลังจากที่ไป Salzburg (ออสเตรีย)ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าๆ อาบน้ำเสร็จก็นั่งคุยกับลาวี่ถึงเที่ยงคืน จากนั้นก็กลับเข้าห้องจัดของใส่กระเป๋า คุยกับคนที่ไทยจนถึงตีสองตีสาม กี้ก็ยังคงนอนไม่หลับ.. อย่างไรก็ตาม .....อยู่บนเครื่องมีเวลาให้นอนอีกเยอะ กี้ลากกระเป๋าออกมาจากห้อง พร้อมกินอาหารเช้ามื้อสุดท้ายที่บ้านสีขาวหลังนี้ ฟิลิปป์ น้องชายลาวี่ในวัยสิบห้าปียังไม่ตื่น ส่วนพ่อของลาวี่นั้น ตอนนี้เขาอยู่ที่แฟรงค์เฟิร์ต กำลังทำงานอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับวิศวกรรมไฟฟ้า ในเวลานี้จึงเหลือแค่แม่และลาวี่ที่ตื่นแต่เช้าเช่นกันเพื่อไปส่งกี้ที่สนามบิน แม่ลาว...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ DEPARTURES ] #2

จากไทยสู่เมืองโดฮา,ประเทศกาตาร์ ยินดีต้อนรับสู่เที่ยวบิน Qatar Airways อีกครั้ง ในพาร์ทนี้ จะขอเล่าประสบการณ์เที่ยวบินสู่อดีต. . . เที่ยวบินที่ไปสู่ประเทศซึ่งช้ากว่าไทย 2-3ชั่วโมง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา ประเทศกาตาร์ เวลา 23.35 น. เครื่องบินค่อยๆไถลไปตามรันเวย์พร้อมๆกับบนจอที่กำลังฉายภาพโฆษณาโปรโมทเมืองโดฮาโดยได้นักเตะทีมบาซาร์มาเป็นนักแสดง ตัดไปเป็นเสียงของกัปตัน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เราถึงเมืองหลวงของประเทศกาตาร์เรียบร้อยโดยสวัสดิภาพ เด็กไทยนำสัมภาระลงมาจากช่องเก็บเหนือเบาะ แล้วเตรียมพาส์ปอร์ตและตั๋วในซองจดหมายประทับตราโรงเรียนมาถือไว้ในมือ ก่อนที่จะออกลงไปทางบันไดเพื่อขึ้นรถบัสซึ่งจะพาเราเข้าไปสู่อาคารผู้โดยสาร ร้อน  อากาศที่นี่ไม่ได้ต่างอะไรจากที่กรุงเทพมากเท่าไหร่  แต่ด้วยความที่อยู่ในความเย็นบนตัวเครื่องมาเกือบๆหกชั่วโมง จึงอดไม่ได้ที่แต่ละคนจะบ่นว่าร้อน พอถึงข้างในตัวอาคาร พวกเราก็ไปต่อแถวตรวจกระเป๋าของช่องผู้โดยสารต่างชาติทันที กี้ ยืนรอคนข้างหน้าอย่างสลึมสลือ ปรกติก็ตาตี่อยู่แล้ว นี่บวกด้วยความง่วงที่หลับๆตื่นๆตลอดการเดินทาง แทบจะไม่เห็นภาพที่ปร...