คำเตือน : 1) บล็อกนี้ไม่ใช่บล็อกสำหรับผู้ที่ต้องการหาข้อมูลก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น
แต่เป็นบล็อกรีวิวประสบการณ์และใช้บันทึกความทรงจำในลักษณะลายลักษณ์อักษรของเราเฉยๆ
หากต้องการสาระ เชิญตามกระทู้ต่างๆใน pantip ค่ะ
สวัสดีค่า !
今日は !
ห่างหายกันไปนานเลยทีเดียวสำหรับการอัพบล็อก ไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรในนี้นานมากกก ปิดเทอมหลังจบมอหกใหม่ๆจะแบ็คแพคไปเยอรมนีก็ไม่ได้ไป เพราะพ่อเปลี่ยนใจไม่ให้ไปแล้ว บวกกับตอนนั้นยังอายุไม่ถึงสิบแปดด้วย เลยขอวีซ่ายุ่งยากหน่อย --รู้สึกเศร้า พ่อเลยบอกว่าไว้เรียนมหาลัยซักปีนึงก่อน แล้วจะไปไหนก็ไป
เมื่อผ่านไปปีนึง รักกัลป์ก็ทวงสัญญาที่ขุ่นพ่อได้พูดไว้ด้วยการขอไปญี่ปุ่น เนื่องจากขี้เกียจทำวีซ่าในเวลากระชั้นชิดและมันใกล้ดี ซึ่งพ่อก็อนุญาตค่ะ แต่! แม่บอกว่าถ้าจะไป ก็ต้องมีเพื่อนหรือไม่ก็ไปกับทัวร์ ด้วยความที่เราเป็นคนขี้รำคาญ ไม่อยากไปนอนกับพวกคุณป้าๆทั้งหลายในทัวร์เท่าไหร่ จึงเอ่ยปากชวนเพื่อนสนิทไป
แต่มันก็ไม่ไป...
งั้นชวนเพื่อนที่มหาลัยเลยแล้วกัน !
ไม่กี่เดือนต่อมา เราก็ได้เพื่อนร่วมทางอีกสี่คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นเพื่อนในภาค รู้จักกันมาตั้งปีนึงแล้วก็สนิทใจบ้าง เมื่อรวบรวมเพื่อนๆได้แล้ว เราจึงขอแม่จัดการจองตั๋วเครื่องบินโดยทันที
ด้วยความโชคร้าย โปรโมชั่นสายการบินตอนนั้นแทบไม่มีเลย พวกเราจึงต้องจำใจจองบริการของสายการบินแอร์เอเชีย(X)ในราคาหมื่นกว่าบาท ซึ่งถูกที่สุดในขณะนั้น พอหนึ่งวันถัดมา มีโปรโมชั่นกรุงเทพ-โอซาก้า ไปกลับในราคาไม่ถึงเจ็ดพันออกมาค่ะ โอ๊ย จะเป็นลม
แต่ช่างมันเถอะ ดวงไม่ดีเองเนาะ
วันที่ 29 พฤษภาคม 2016
เมื่อคืนนอนไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่ เพราะความตื่นเต้นที่จะได้ไปญี่ปุ่นครั้งแรกดันแทรกซึมเข้ามาในช่วงกลางดึกพอดี แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ไปเที่ยวไกลๆกับเพื่อนหรอก ใช้ชีวิตบนเครื่องบินประมาณสิบชั่วโมง และเดินทางเป็นระยะห้าพันไมล์กว่าๆกับเพื่อนอีกห้าคนก็ทำมาแล้ว ดังนั้นแค่นี้ไม่ถือว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่แต่อย่างใด
ข่าวร้าย ประจำเดือนดันมาวันนี้ ! พังมากกกกกกก โอ้ย รู้สึกขาดแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย อยากนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ แต่เสียดายเงินค่ะ เลยต้องเอาชนะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในร่างกายแล้วไปดอนเมืองให้ได้
เราตื่นเก้าโมง อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว ไปสนามบินแล้วเจอเพื่อนๆที่นัดตามเวลาที่นัดหมายไว้ โดยที่ไฟลท์นี้ไม่ได้มีแค่พวกเราเท่านั้น แต่ยังมีรุ่นพี่ในภาคอีกหลายคนเดินทางไปฝึกงานที่ภูมิภาคคันไซอีกด้วย (เย้ มีคนเลี้ยงข้าวละ /ผิด)
หลังจากที่เดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาอย่างงกๆเงิ่นๆ ก็เป็นเวลาบอร์ดดิ้งทันที พวกเราเดินไปยังเกต 15 เพื่อเตรียมความพร้อมในการขึ้นเครื่อง
![]() |
| เบ๊บ ตั๋ง มิกกี้ แอ๋ม |
สำหรับเที่ยวบิน XJ 610 ของ Air Asia X นั้น โดยภาพรวมก็คุ้มกับราคาที่เสียไปพอสมควร แต่จริงๆเราก็อยากได้จอทีวีนะ อยู่บนเครื่องไม่มีอะไรทำเลย นอกจากจะมองออกไปยังหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าที่ดูกว้างสุดสายตา แล้วก็จินตนาการว่าเมฆที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านนั้นเป็นรูปอะไร สักพักก็มีอาหารมาเสิร์ฟซึ่งเมนูที่เราได้คือข้าวกะเพราไก่
ในกระเป๋าด้านหน้าที่นั่งจะเป็นนิตยสาร คู่มือความปลอดภัย และโบร์ชัวร์แนะนำบริการเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราสามารถขอซื้อบัตร Osaka Amazing Pass กับตั๋วสำหรับเข้า Universal Studio Japan ได้ที่พี่ๆแอร์โฮสเตรสนะ แต่วันนั้นที่เราบิน มันหมดพอดี T_T
เรียกได้ว่าเป็นเที่ยวบินสู่อนาคต เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เวลาเร็วกว่าไทยสองชั่วโมง ฟ้าจึงเริ่มมืดลงเรื่อยๆตลอดเส้นทางที่เราบิน
ในเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น กัปตันประกาศว่าอีกสักพักจะนำเครื่องลงจอด เด็กไทยทั้งห้าคนก็ตื่นเต้นกันไม่น้อยที่จะได้เหยียบผืนแผ่นดินแดนอาทิตย์อุทัยเสียที ซึ่งท้องฟ้าในยามนั้นสวยมาก มีดวงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด
เมื่อเครื่องลงจอด พวกเราก็รีบลงจากเครื่องบินแล้วมุ่งหน้าไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทันที ซึ่งต้องขึ้นรถไฟจากเกตไปยังตัวอาคาร ทุกอย่างที่นี่ดูเป็นระบบไปหมดเลย เราชอบมากเลย
พวกเราผ่านตม.มาได้อย่างไร้ปัญหาและรวดเร็วเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ซักไซ้อะไรนานเท่าไหร่ จากนั้นเราก็ไปรับกระเป๋าที่สายพานแล้วตรงดิ่งไปหาที่(ซุกหัว)นอน ณ บริเวณชั้นสองของอาคาร เนื่องจากไฟลท์ที่เรามาถึงนั้นเป็นไฟลท์ดึก เพื่อเป็นการประหยัดค่าโรงแรม เราจึงตัดสินใจกันว่าสำหรับคืนนี้จะพักที่สนามบินไปก่อน
สนามบินคันไซปลอดภัยมากนะ แถมคนไม่พลุกพล่านเท่าไหร่นัก บริเวณที่เรานอนนั้นก็ใกล้กับห้องของรปภ. และร้านลอว์สันด้วย จึงทำให้ไม่มีอะไรต้องกังวล
ร้าน Ramen ซึ่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมงเป็นร้านที่พวกเราเลือก รสชาติอร่อยใช้ได้และราคาย่อมเยาว์ แต่ทุกอย่างจะเพอร์เฟคมากถ้าเราไม่กดน้ำผิด
จะกินโค้ก
แต่ดันกดนมเปรี้ยว
ฟัคคคคคคคคค ใครเค้ากินนมเปรี้ยวตอนกินข้าวไปด้วยวะ ฮือ
พอกินแล้วก็ไปล้างหน้า แปรงฟัน สารภาพตรงๆเลยค่ะว่าขี้เกียจอาบน้ำ 5555555555 ไว้อาบตอนเช้าทีเดียวเลยละกัน จะได้ไม่เปลืองเงินค่าเช่าห้องอาบน้ำด้วย
ก็วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรที่มันสกปรกนี่หน่า ._.
หลังจากทำธุระส่วนตัวกันหมดเรียบร้อย เรากับเพื่อนผู้ชายสองคนจึงออกไปเดินสำรวจด้านนอกอาคาร ตอนนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 19 องศาเซลเซียส ในขณะที่มีฝนตกพรำๆไปด้วย ซึ่งก็รู้สึกเหงาดี.. อากาศเย็นจนเรารู้สึกได้ถึงลมหนาวที่มากระทบใบหน้า หน้ายิ่งลอกๆอยู่ ฮ่วยยย
ถ่ายรูปสักพัก เราก็กลับเข้าตัวอาคาร ตอนนี้เวลาตีสองกว่าๆที่ญี่ปุ่น ซึ่งนอนไม่หลับค่ะ เจ็ทแล็ก /ผิด ยิ่งมีประจำเดือนมายิ่งรู้สึกไม่สบายตัวเลย อยากให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเร็วๆ ซึ่งเราจะได้ออกไปตะลุยโลกกว้างกันสักที !
つづく
Next station : Osaka and Kobe






















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น