ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กุมภาพันธ์, 2014

TALK : คำถามจากการไปเยอรมนี ? #2

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านอีกรอบนะคะ ในพาร์ทนี้ก็จะมาตอบคำถามสำคัญที่ถามกันเข้ามาว่า "ได้อะไรจากการไปเยอรมนี ?" อืม...... กี้ว่ากี้ได้อะไรกลับมาเยอะมากเลยทีเดียว การไปเยอรมนีในระยะเวลาสั้นๆทำให้กี้ได้โตขึ้น ไม่ได้โตในลักษณะที่มีพัฒนาการด้านร่างกายนะคะ แต่'โต' ในที่นี้นี่หมายถึง สภาพจิตใจและความรับผิดชอบต่อตนเองรวมไปถึงสังคมที่มีมากขึ้นค่ะ จากการที่กี้ไปอยู่ที่นั่นทำให้กี้ต้องทำอะไรด้วยตัวเองหลายอย่างเยอะมาก หลักๆที่เห็นภาพชัดที่สุดเลยก็คือการได้ไปโรงเรียนด้วยตัวเอง เพราะปรกติเวลาอยู่ไทย พ่อแม่จะขับรถไปส่งกี้ตลอดเลย.. ทุกๆเช้าในวันธรรมดา กี้ตื่นนอนตอนหกโมง ไปอาบน้ำ กินซีเรียลแล้วก็ออกบ้านพร้อมโฮสเพื่อปั่นจักรยานไปยังสถานีรถไฟ เส้นทางจากบ้านไปโรงเรียนในเยอรมนีนั้นต้องออกจากบ้านให้ตรงเวลาเพื่อไปให้ทันรถไฟ (เพราะพลาดแล้วพลาดเลย) พอนั่งได้ขบวนนึงก็จะต้องลงสถานีนึงเพื่อเปลี่ยนเส้นทางการโดยสารรถไฟกว่าจะถึงโรงเรียนก็ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีค่ะ พอถึงสถานีโรงเรียนแล้ว เราก็จะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณเกือบๆ 2 กิโลเมตร  ปรกติแล้วโรงเรียนจะเข้าตอน 8.40 น. แต่กว่าจะถึงโรง...

TALK : คำถามจากการไปเยอรมนี ? #1

หลังจากเขียน 'การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก' จบไปแล้วสี่ตอน ก็พบว่ามีผู้อ่านเข้ามาเยี่ยมชมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว  เหล่าเพื่อนต่างโรงเรียน พี่ๆน้องๆบนทวิตเตอร์และคนรู้จักหลายๆคน ..... ถ้อยคำบางสำนวนอาจจะอ่านแล้วดูติดๆขัดๆ ก็ขออภัยนะคะ แต่รับร้องว่ากี้จะปรับปรุงวิธีการเขียนให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก มีหลายคำถามที่ก่อนไปเยอรมนีว่า "ทุนนี้เป็นขององค์กรอะไร" "ทำไมได้ไปแค่เดือนเดียวเองหล่ะ" "ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่" "ต้องกลับมาใช้ทุนไหม" ฯลฯ ..... ทำให้กี้รู้สึกอยากเขียนตอนพิเศษของบทความเรื่องเยอรมันขึ้นมาอีกครั้ง ขอตอบทีละคำถามละกันนะคะ - เป็นทุนของโรงเรียนที่ร่วมมือระหว่างสถาบันเกอเธ่ สถาบันทางภาษาเยอรมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและองค์กร UNESCOค่ะ ขออธิบายก่อนว่าโรงเรียนกี้มีอภิสิทธิในเรื่องทุนอยู่สองโครงการก็คือ  โครงการแรก: โรงเรียนความร่วมมือแห่งอนาคต Schulen: Partner der Zukunft (PASCH) โรงเรียนพิงครัตน์เป็นหนึ่งใน ๑๐ โรงเรียนในประเทศไทยที่ได้รับทุนการศึกษาจากองค์กรแลกเปลี่ยนทางการศึกษาแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี (DA...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ Arrivals ] #4

เครื่องบินลอยตัวอยู่ในน่านฟ้าเหนือมหาสมุทรขนาดใหญ่ นำไปสู่อนาคตสามชั่วโมงนับจากตำแหน่งที่เราจากมา  ถึงแม้ตัวเครื่องจะมุ่งตรงไปยังหนทางข้างหน้า แต่จิตใจของพวกเราทั้งหกคงยังคงอยู่ที่เดิม ณ ประเทศเยอรมนี  สาวๆยังคงซึมอยู่ ในขณะที่เด็กหนุ่มสองคนนั่งเงียบๆ (นึกถึงการกลับไปแล้วเจองานโรงเรียน เจอบ้านเมืองไร้ระเบียบวินัย เจอสภาพอากาศอันไม่น่าภิรมย์แล้วคงจะดีใจที่จะได้กลับบ้านอยู่หรอก! )  อาหารมื้อแรกบนเครื่องบินได้ถูกจัดการเรียบร้อยภายในเวลารวดเร็ว ถึงจะไม่มีอารมณ์ทำอะไร แต่เรื่องกินก็สำคัญ .. เนื้อนุ่มๆอบราดซอส พร้อมบล๊อคโคลี่ แครอทและมันฝรั่งต้ม (แน่นอนว่าเป็นเมนูที่กี้สั่ง) "ป่านนี้พวกนั้นจะทำอะไรอยู่วะ" "ก็คงกลับบ้านไปนอนร้องไห้คิดถึงพวกเราอยู่แหละมั้ง" นนท์พูดเล่น แต่ประโยคนั้นกลับทำให้พิมพ์ยิ่งซึมมากขึ้น กี้ถอนหายใจพร้อมกับดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ที่นั่นก็ประมาณบ่ายสองโมงแล้ว ลาวี่จะร้องไห้เหมือนที่นนท์บอกไหม เหล่าแม่ๆของพวกโฮสจะปรีบตัวได้รึยังว่าเย็นวันนี้ไม่มีเด็กไทยนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นด้วยกันแล้ว ทุกคนกำลังทำอะไรอยู่นะ ? เพิ่งจากกันไม...

การเดินทางของเด็กไทยทั้งหก [ Now boarding ] #3

เวลาล่วงเลยจนกระทั่งถึงวันที่สามสิบ เดือนตุลาคม นี่เป็นพาร์ทที่ไม่อยากเขียนมากที่สุดเลย เพราะนึกแล้วอดเศร้าไม่ได้ แต่ยังไงก็ต้องเขียนให้จบๆเพื่อให้บทความเรื่องนี้มีจุดสิ้นสุดของมัน . . . ตำบล แกรเฟลฟิง,มิวนิก, ประเทศเยอรมนี เวลา 7.00 น. กี้สำรวจไปรอบๆห้องเพื่อดูว่ามีอะไรตกค้างอีกหรือไม่ ก่อนที่จะรูดซิปกระเป๋าเดินทางสีชมพูใบใหญ่ที่วางอยู่บนพื้นห้อง ในใจก็ได้แต่หวังว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เมื่อคืนกี้แทบไม่ได้นอนเลย กว่าจะกลับถึงบ้านหลังจากที่ไป Salzburg (ออสเตรีย)ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าๆ อาบน้ำเสร็จก็นั่งคุยกับลาวี่ถึงเที่ยงคืน จากนั้นก็กลับเข้าห้องจัดของใส่กระเป๋า คุยกับคนที่ไทยจนถึงตีสองตีสาม กี้ก็ยังคงนอนไม่หลับ.. อย่างไรก็ตาม .....อยู่บนเครื่องมีเวลาให้นอนอีกเยอะ กี้ลากกระเป๋าออกมาจากห้อง พร้อมกินอาหารเช้ามื้อสุดท้ายที่บ้านสีขาวหลังนี้ ฟิลิปป์ น้องชายลาวี่ในวัยสิบห้าปียังไม่ตื่น ส่วนพ่อของลาวี่นั้น ตอนนี้เขาอยู่ที่แฟรงค์เฟิร์ต กำลังทำงานอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับวิศวกรรมไฟฟ้า ในเวลานี้จึงเหลือแค่แม่และลาวี่ที่ตื่นแต่เช้าเช่นกันเพื่อไปส่งกี้ที่สนามบิน แม่ลาว...