ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มิวนิก,เยอรมัน . . .ครั้งหนึ่งในชีวิต

*ทุกอย่างที่เล่า เอามาจากประสบการณ์ตัวเองล้วนๆ และข้อคิดเห็นบางบรรทัดนั้นมาจากความเห็นส่วนตัว หากมันไปขัดกับความคิดผู้อ่านก็ขอโทษด้วย 
**เมืองที่พวกกี้ไปอยู่คือเมืองมิวนิก เมืองทางตอนใต้ของเยอรมนี เป็นเมืองที่เจริญและเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศ 

กี้อยากเล่าประสบการณ์ตลอดระยะหนึ่งเดือนที่นั่นให้อ่านกัน  เป็นประสบการณ์คร่าวๆ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดก็อ่านที่ pingkarattanism.tumblr.com (ภาษาอังกฤษ)  pingkarattanism.blogspot.de (ภาษาเยอรมัน) นะ 

ข้อดีของประเทศเยอรมนีมีหลายอย่างมาก
 สิ่งที่กี้เขียนต่อไปนี้ กี้ไม่ได้"อวย"ฝรั่งเกินความเป็นจริง แต่มันคือความจริงที่อยากให้รู้ว่าบ้านเมืองเขาเป็นอย่างไร  เช่น
-อากาศที่ไม่มีมลพิษ ไม่มีฝุ่นตามบ้านเรือน ตั้งแต่มาอยู่นี่ กี้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจเลย (ปรกติกี้เป็นภูมิแพ้ฝุ่นค่ะ อยู่ไทยนี่จามจนเลือดกำเดาออก ) มีแต่น้ำมูกตอนฝนตกพอดี และนอกจากนี้สิวก็ไม่ขึ้นหน้าด้วย
-การจราจรของที่นี่มีระบบที่เป็นระเบียบมากพอสมควร คนเยอรมันส่วนมากนิยมการเดิน ปั่นจักรยาน นั่งรถราง รถบัส และเดินทางโดยรถไฟ จำเป็นจริงๆเท่านั้นถึงจะเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว  เรื่องรถไฟ กี้ชอบ S-Bahn มาก (รถไฟบนดิน) เพราะมันสะดวกสบาย ติดตรงที่กี้ไม่เคยคุ้นกับเส้นทาง เพราะไม่เคยมา  เวลาไปไหนแต่ละทีก็เลยงงกับการเปลี่ยนเส้นทางรถไฟของสถานีไปบ้าง ส่วน U-Bahn (รถไฟใต้ดิน) กี้ว่าของไทยดีกว่าเยอะ ถนนหนทางที่เยอรมันเอาไปเลยสิบดาว พื้นถนนไม่ขรุขระ ผู้ใช้ถนนทุกคนรู้ระเบียบวินัยในการขับรถและเคารพในสิทธิ์ของคนอื่น ไม่เหมือนบางประเทศ....
-สภาพบ้านเมือง ตลอดที่กี้มาอยู่ที่นี่ กี้ยังไม่เจออาชญากรรมอะไรกับตัวเลย มีครั้งนึงที่ปั่นจักรยานไปบ้านโฮสของเพื่อนอีกคนนึงเวลาสามทุ่มระยะทางเกือบๆ 6กิโล ตอนนั้นผู้คนไม่พลุกพล่านเพราะเป็นเวลากลางคืน แต่กี้กับโฮสก็ปั่นจักรยานไปถึงบ้านเพื่อนโดยสวัสดิภาพ ขากลับตอนเกือบๆห้าทุ่มก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

         น่าแปลกที่ประเทศเยอรมนีเป็นถึงประเทศผู้นำด้านสุดยอดเทคโนโลยี แต่ก็ยังคงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ประจำชาติไว้อย่างดีเยี่ยม โบราญสถาน โบราญวัตถุและประเพณีต่างๆยังไม่ถูกกลืนหายไปกับสิ่งใหม่ๆของสังคม ในขณะที่ประเทศเรามีเทคโนโลยีเข้ามาในขณะที่สิ่งดีงามประจำชาติเริ่มถูกลืมเลือนไปทีละนิด  กี้อยากให้ผู้อ่านคิดตามว่าอะไรคือข้อแตกต่างระหว่างบ้านเขากับบ้านเรา ?  คำตอบของกี้คือ "ทัศนคติและวิสัยทัศน์" ของคนที่นี่  บุคลากรที่นี่เป็นคนมีคุณภาพ มองการณ์ไกล ทำอะไรก็ต้องคิดไว้แล้วล่วงหน้า มีวินัย มีความคิดที่เป็นระบบ ตรงต่อเวลา และที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นต่างก็ให้ความสำคัญกับหน้าที่ของตน

         สาเหตุสำคัญมาจากการศึกษาของที่นี่ ครูที่นั่นมีหน้าที่สอนก็คือสอน ไม่เคยเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหามาพูดมาบ่นในห้องเรียน เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อวิชานั้นๆ ในขณะที่บ้านเรา เด็กแสดงความเห็นต่อวิชา เช่นวิธีการทำโจทย์คนละวิธีกับครู ครูก็จะหาว่าเด็กเถียง ... ส่วนเด็กนักเรียนที่นั่นก็เหมือนเด็กนักเรียนไทยทั่วๆไปนั่นแหละ ขี้เกียจเรียนบ้าง ไม่ตั้งใจเรียนบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่กี้คิดว่ามันคือข้อแตกต่างนั่นก็คือ ความจริงจังและใส่ใจของคนที่นี่ ...มันมีมาก  กี้ชอบโรงเรียนที่นี่นะ คือเขาไม่ได้ยัดเยียดทฤษฎีให้เด็กจำอย่างเดียว แต่เขาสอนให้เด็กปฏิบัติด้วย (เด็กโรงเรียนที่กี้อยู่ทำโต๊ะ-เก้าอี้-เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้กันเป็นทุกคน)  วันนึงเรียนไม่กี่คาบหรอก แต่ว่าคาบนึงต้องเรียนประมาณ1ชั่วโมงครึ่ง

วิชาคณิตและฟิสิกส์ โจทย์ที่พวกเขาทำมันเป็นโจทย์ที่ไม่มีตัวเลขเลยสักนิด มีแต่ตัวหนังสือ  เหมือนเขาจะเรียนกัยแบบเครียดๆนะ แต่กี้ว่าเครียดไม่เท่าเด็กไทย ตอนกี้เล่าให้โฮส,พ่อแม่โฮส,เพื่อนโฮสทั้งห้องและรุ่นน้องเกรด 10 ฟังว่า "เด็กไทยเลิกเรียนแล้วก็ยังต้องไปเรียนพิเศษ เสาร์อาทิตย์ก็เรียน เฉลี่ยแล้วกว่าจะได้หลับก็เกือบๆเที่ยงคืน แทบไม่พัก วันหยุดแต่ละวันหมดไปกับการทำงานทำการบ้านและทบทวน"  ทุกคนตกใจกันมาก ทุกคนถามกี้ว่า "แล้วเอาเวลาที่ไหนไปคลายเครียด" กี้ตอบไปว่า "ก็เวลาที่ครูไม่สั่งการบ้านหรือไม่มีสอบไง"  เออ คิดแล้วก็แปลกแหะ ทำไมเด็กไทยเรียนหนักขนาดนี้แล้วการศึกษาไทยยังไม่ไปถึงไหนอีก.....  อีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวกับการศึกษาของเยอรมนีที่กี้ชอบก็คือโรงเรียนด้านสายอาชีพ ถ้าอยู่ประเทศเรา เด็กสายอาชีพจะโดนมองไม่ดี โดนดูถูก(เพราะค่านิยมผิดๆ) ว่า "ห่วย" แต่สายอาชีพที่นี่มันเจ๋งมากอ่ะ มีระดับ ตึกเรียนก็น่าเรียน กี้ว่าวิชาที่เขาสอนกันก็คงไม่แตกต่างอะไรจากช่างกลหรือพาณิชย์ที่ไทยสักเท่าไหร่

แต่อาจจะเป็นเพราะความมีคุณภาพของสถานศึกษา เด็กของเขาเลยมีคุณภาพ
และที่สำคัญเด็กเยอรมันไม่ได้บ้าเรียนเหมือนเด็กไทย เขารู้จักแบ่งเวลาให้กับงานอดิเรกที่ช่วยฝึกความคิดสร้างสรรค์ของเขา แต่เด็กไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น เราไม่มีวินัยมากพอที่จะรับผิดชอบ'อนาคต'ตัวเอง ทันทีที่วันไหนเลิกเรียนเร็วและถ้าหากไม่มีเรียนพิเศษในวันนั้น เด็กไทยก็ใช้เวลาช่วงเย็นหมดไปกับการเดินห้าง  โรงเรียนที่เยอรมันของกี้นั้น อยู่ใกล้ห้างมากๆ แค่นั่งรถไฟฟ้านิดเดียวก็ลงห้างได้แล้ว แต่มีน้อยมากที่เด็กเยอรมันจะใช้เวลาหมดไปกับการช้อปปิ้งหรือดูหนัง เวลาเด็กเยอรมันนัดเจอเพื่อน เขาจะนัดกันที่บ้านเพื่อนมากกว่าตามแหล่งสถานบันเทิง 


เคยถามพ่อนะว่า "ทำไมประเทศเราไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ " ประโยคที่พ่อตอบกลับมาคือ "ก็เพราะเด็กไทยมีผู้ใหญ่ไทยไง"  


ความเป็นระเบียบวินัยของคนที่นี่นับว่าเป็นสิ่งที่ควรทำตาม  ที่นี่เขามีการแยกขยะกันตามบ้านก่อนจะส่งไปแยกอีกทีที่โรงเเยกขยะ เวลาขึ้นบันไดเลื่อน หากคนที่ไม่รีบก็จะชิดขวาให้คนที่รีบเดินขึ้นไปก่อนใช่ทางซ้าย คนขับรถจะหยุดให้คนข้ามก่อนเสมอตรงทางม้าลาย ฯลฯ

ก่อนกี้มาอยู่ที่เยอรมนี กี้กลัวมากว่าจะเข้ากับเพื่อนที่นี่ไม่ได้ เพราะได้ยินมาจากหลายๆคนว่าคนยุโรปหยิ่ง รังเกียจเอเชีย บลาๆ แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เพื่อนที่นี่(โดยเฉพาะพวกโฮส) ดีกับพวกกี้มากๆ ไม่หยิ่งใส่เลย เพื่อนในห้องถึงแม้จะไม่ใช่โฮสพวกกี้ แต่ตอนพวกโฮสไม่อยู่ เขาก็ดูแลพวกเราเด็กไทยหกคนดีมาก ประดุจว่าตัวเองเป็นโฮสเลยทีเดียวทั้งเพื่อนผู้หญิงและเพื่อนผู้ชาย  . . . ขอเวิ่นนิดนึงเรื่องผู้ชายที่นี่ -/-  ผู้ชายเยอรมันสุภาพบุรุษมาก นอกจากจะหล่อแล้วยังใจดีอีก น่าฟัด เอ้ย น่ารัก (อุ้ย แมวพิมพ์)  คือมีครั้งหนึ่งไปปีนเขากันแล้วหิมะมันลื่นมาก โฮสเพื่อนคนนึงที่เป็นผู้ชายก็เอากระเป๋าเป้กี้ไปสะพายให้ ตอนแรกเขาถามว่า ไหวรึเปล่า กี้บอกไปว่า "เห้ย ไหวน่า ไม่เป็นไรหรอก" แต่โฮสคนนั้นก็เอากระเป๋ากี้ไปสะพายให้อยู่ดีพร้อมพูดว่า "ไม่ มันไม่โอเคสำหรับเธอ เอามาให้ฉันดีกว่านะ"  หรือตอนเดินไปที่ไกลๆ ก็จะมีเพื่อนผู้ชายเอาประเป๋าไปถือให้ตลอด โดยที่กี้ยังไม่ได้เอ่ยปากขอ ก็นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ฮ่ะๆ

ความจริงแล้วจะบอกว่า "ไม่หยิ่งเลย 100%" ก็ไม่ถูก เขาดีกับเด็กไทยก็จริง แต่เด็กเยอรมันมีเส้นที่ชัดเจนว่า จุดๆไหนที่เราไม่ควรล้ำเส้นเขา

พูดถึงข้อดีที่เราชอบมาเยอะแล้ว มาอ่านข้อที่เราไม่ชอบกันบ้าง 
อย่างแรกเลยก็คืออาหาร อาหารไทยน่ะอร่อยที่สุดแล้ว ดีที่แม่โฮสกี้ทำอาหารเก่งมาก แม่โฮสทำอาหารไทยให้กี้กินบ่อยมากเลย มีทั้งข้าวราดผัดผัก ข้าวราดแกง หรืออะไรก็ตามที่มีข้าวเป็นจานหลัก  
อย่างที่สองคืออากาศที่หนาวจัด ทุกคนเชื่อสิว่ายังไงร้อนก็ย่อมดีกว่าหนาว หนาวแล้วทำกิจกรรมอะไรไม่ค่อยได้เลย ร่างกายสั่นเทิ้มไม่หยุด 
อย่างที่สาม ....บุหรี่ กี้แพ้กลิ่นบุหรี่มากๆ แค่ได้กลิ่นไม่ถึงนาทีก็เวียนหัว ท้องไส้ปั่นป่วน จะอาเจียนแล้ว เพื่อนที่นี่สูบบุหรี่กันเยอะมาก และพบเห็นในเพื่อนผู้หญิงมากกว่าเพื่อนผู้ชาย แต่เรื่องนี้คงห้ามใครไม่ได้ใช่ไหมหล่ะ

หมดละ

กี้หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆเพื่อนๆพี่ๆบางคนที่กำลังมีแนวคิดจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ . . . เยอรมนีเป็นตัวเลือกที่ดีนะ   และหวังว่าบทความนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอีกหลายๆคนนะคะ

ปล.เรื่องการตรงต่อเวลา กับ การรักษาสัญญาเป็นเรื่องสำคัญมากๆนะคะในประเทศเยอรมนี หากไปที่นั่นแล้วอย่าเผลอไปสาย ผิดนัด หรือไม่ทำตามที่สัญญาไว้นะคะ

พิมพ์ เตย กี้ จินนี่ นนท์ บิลลี่


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

[How to] เขียนอีเมลสมัครงานอย่างไร ให้น่าอ่าน

     ช่วงนี้เห็นคนในวงการ HR โดยเฉพาะบนทวิตเตอร์ ออกมาบ่นบ่อย ๆ ว่าเจอแต่เด็กจบใหม่ที่เขียนอีเมลสมัครงานไม่น่าอ่าน แค่หัวอีเมลที่ส่งมาก็พังแล้ว เลยเขี่ยทิ้งซะ      ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์ฝึกงานในบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ Recruitment  (เป็น Content Editor) เราว่าปัญหาก็คือทักษะการสื่อสารที่คนอาจมองข้ามไป แต่เชื่อไหมว่า HR หลายแห่งเลือกที่จะตัดคุณทิ้ง เพราะอีเมลที่ส่งไปมันไม่ทำให้เขารู้สึกประทับใจ แม้คุณจะมีความสามารถมากขนาดไหนก็ตาม ดังนั้นการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ นะ ถึงมันจะไม่ได้เป็นตัววัดความเก่งในสายงานที่ทำ แต่การสื่อสารที่ดีสามารถบอกความมีมารยาทและ attitude ของผู้สมัครงานได้ !     แล้วอีเมลที่น่าอ่านควรเป็นอย่างไร ? ในบทความนี้ เราจะแบ่งปันเทคนิคการเขียนอีเมลที่ดีโดยเฉพาะอีเมลสมัครฝึกงาน ซึ่งทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของเราโดยตรง อาจจะไม่เป๊ะ 100 % แต่บริษัทตอบกลับมา 100% ค่ะ - ชื่อแอคเคาท์           หลีกเลี่ยงการใช้อีเมลที่เคยสมัครมาเล่น msn สมัยประถม มาสมัครงาน ชื่อแอคเคาท์ที่ดีและดูเป็นมืออาชีพที่สุดค...

[Review] มหากาพย์สอบทุน IAESTE

โย่วๆ มีเรื่องให้กลับมาเขียนบล็อกอีกแล้ว ดีจังเลย .///////////. หลังจากชีวิตตกอยู่ในมรสุมความเครียดมายาวนาน เมนส์ก็มา ๆ หาย ๆ จนแพนิคประสาทกินแทบบ้า วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ที่เรารอคอยก็มาถึงจนได้ มันคือวันประกาศผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนฝึกงานต่างประเทศของหน่วยงาน IAESTE นั่นเอง ! บนหน้าเว็บไซต์แจ้งว่าจะประกาศเวลา 18.00 น. แต่เรานี่กระวนกระวายสุด ๆ เลยตัดสินใจกดลิงก์รายชื่อตอนสี่โมงกว่า ๆ ค่ะ ปรากฎว่ากดได้ด้วย เอาวะ....ยังไงก็ต้องรู้ผลภายในวันนี้อยู่ดี *~ให้คุกกี้ทำนายกัน~* ติดค่ะ ! เห็นชื่อตัวเองอยู่บนประกาศ แล้วเป็น 1 ใน 14 คนของสาขาวิศวคอม เกือบกรี๊ดกลางห้องน้ำเซ็นทรัลลาดพร้าวด้วยแหละ โอย พอเห็นว่าติดก็โทรไปบอกพ่อแม่ แม่ตื่นเต้นกว่าเราอีก 5555555555555 เกริ่นมานานละ เดี๋ยวจะท้าวความกันก่อนว่าทุน IAESTE นี้มันคือทุนอะไร มีเงื่อนไขไหม แล้วที่ผ่านมาเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง IAESTE คือ ? IAESTE ย่อมาจาก International Association for the Exchange of Students for Technical Experience เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นครั้งแรกที่ Imperial College กรุงลอนดอน ซ...

[How to] เจาะลึกวิธีขอวีซ่าเชงเก้นเยอรมัน ver.นักศึกษาฝึกงาน

Herzlich Willkommen !! เริ่มต้นด้วยภาษาเยอรมันตัวโตขนาดนี้ บทความนี้ก็ต้องเกี่ยวกับเยอรมันอย่างแน่นอน ~ ช่วงนี้ชีวิตอยู่ในจุดมรสุมอีกแล้ว เนื่องจากการบ้านและสอบเยอะมาก แถมต้องจัดการเอกสารเรื่องวีซ่าอีก บทความนี้จะเจาะลึกลงรายละเอียดขั้นตอนในการยื่นวีซ่าเชงเก้นประเทศเยอรมนี ฉบับนักศึกษาฝึกงาน เนื่องจากที่เห็นตามพันทิปก็มีแต่รีวิวขอเพื่อไปเที่ยว / แต่งงาน /  เรียนต่อระยะยาว เราเลยคิดว่าไหน ๆ ไปขอมาแล้วก็เขียนบทความนี้เลยดีกว่า จะได้เป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องรุ่นต่อไปหรือนักศึกษามออื่นที่จะไปฝึกงาน [บทนำ] จากบทความที่แล้วที่ลงรีวิวทุนฝึกงานไอเอสเต้ไว้ สุดท้ายเราขอทำเรื่องสละสิทธิ์ไป และทางไอเอสเต้เองก็ได้เรียกตัวสำรองขึ้นมารับสิทธิ์แทน เหตุผลที่ขอสละสิทธิ์ก็คือ เราได้ไปฝึกงานที่มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี และจะได้ทุนจากทางภาควิชาด้วย เราจึงตัดสินใจเลือกทางนี้ค่ะ (หลังจากที่คิดหนักมาหลายคืน) ส่วนอีกเหตุผลที่เลือกฝึกงานประเทศนี้เป็นเพราะเราเคยตั้งใจไว้สมัยตอนปี 1 ว่าเราจะต้องกลับไปเยอรมนีอีกครั้งให้ได้ ไม่ทางใดก็ทางนึง แล้วสุดท้ายก็ได้ไปจริง ๆ 5555555555555555 //กร...